ยามากาตะ

จังหวัดยามากาตะ หนึ่งในจังหวัดที่อยู่ในภูมิภาคโทโฮคุ และเมื่อพูดถึงจังหวัดยามากาตะก็ต้องนึกถึงภูเขาไฟซาโอะ และยามาเดระ วัดบนภูเขา รวมถึงเทศกาลดังอย่าง Hanagase Matsuri ในช่วงฤดูร้อนของที่นี่นั่นเอง มาเที่ยวชมธรรมชาติ และความเงียบสงบของเมืองชนบทแห่งนี้กันเถอะ!

1. ภูเขาฮากุโระซัง

ภูเขาฮากุโระซัง

ภูเขาไฟฮากุโระซัง เป็นหนึ่งในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เรียกได้ว่าเป็นภูเขาตัวแทนการเกิดใหม่ของชาวญี่ปุ่น เนื่องจากบนยอดภูเขานั้นเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าฮากุโระซัง ซึ่งเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้าฮากุโระซัง จึงมีนักพรตจำนวนมาก ขึ้นไปบำเพ็ญเพียรบนนั้น หรือแม้แต่เพื่อน ๆ เองก็สามารถมาเที่ยวชมที่ศาลเจ้าแห่งนี้ได้โดยการขึ้นบันไดหินที่มีถึง 2,446 ขั้น สองข้างทางมีรูปสลักหิน ซึ่งถูกล้อมรอบไปด้วยป่าไม้ซีดาร์ อีกทั้งเพื่อน ๆ ยังสามารถชมเจดีย์ห้าชั้น ที่ถือเป็นสมบัติชาติญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่ง

หากคนไหนคิดว่าดูจากระยะทางแล้วไม่ไหวแน่ ๆ ก็สามารถนั่งรถบัสขึ้นไปบนยอดเขาได้ หรือใครอยากท้าทายกำลังตัวเอง ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะสลบคาบันได เพราะตลอดทางมีศาลาให้พัก พร้อมของว่างหรือเครื่องดื่มคอยให้บริการด้วยค่ะ นอกจากนี้ก่อนจะถึงยอดเขายังมีบริการที่พักพร้อมอาหารเช้าและอาหารเย็นให้ด้วย แต่ที่พักนี้ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้นนะ เมื่อถึงยอดเขาแล้ว ข้างบนมีพิพิธภัณฑ์เดวะซังซัน ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับศาลเจ้าให้ได้ศึกษากัน และสำหรับผู้ที่ขึ้นไปถึงยอดเขาที่นี่เขามีประกาศนียบัตรมอบให้ด้วย หรือถ้าใครมีโอกาสมาช่วงวันที่ 31 ธันวาคม ที่นี่มีการจัดเทศกาล Shoreisai ด้วยนะ

ภูเขาฮากุโระซัง (羽黒山)

ที่อยู่Haguroyama Haguromachi Touge, Tsuruoka, Yamagata 997-0211, Japan
เวลาทำการ8.30-16.30 น.

*ปิดทำการทุกวันพฤหัสบดี
ค่าเข้าชมคนละ 300 เยน
เว็บไซต์เพิ่มเติมdewasanzan
วิธีเดินทางนั่งรถบัส Shonai Kotsu จาก Tsuruoka Station หรือ Haguro Center (Zuishinmon bus stop) ไปถึงยอดเขาฮากุโระซัง ใช้เวลาประมาณ 55 นาที

*ปิดให้บริการในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม

2. วัดริชชะคุจิ

วัดริชชะคุจิ ยามาเดระ

วัดริชชะคุจิหรือยามาเดระ หนึ่งในวัดที่ตั้งอยู่บนเนินภูเขาสูง ที่ท้าทายกำลังให้เราขึ้นไปนั่นเอง เพราะวัดแห่งนี้มีบันไดกว่า 1,015 ขั้น จนมีอีกหนึ่งชื่อว่า วัดบันไดพันขั้น นอกจากเพื่อน ๆ จะได้เที่ยวชมวิวทิวทัศน์ของใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงระหว่างที่เดินขึ้นภูเขาแห่งนี้แล้ว ที่นี่ยังมีบรรยากาศเงียบสงบชวนให้เราสนุกไปกับการเดินขึ้นภูเขาเลยละค่ะ ที่สำคัญอาคารต่าง ๆ ของวัดยังเรียกเหงื่อจากผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมได้อีก เนื่องจากอาคารแต่ละหลังจะสร้างไล่ระดับความสูงขึ้นไป และตัวอาคารที่อยู่สูงที่สุดนั่นก็คือ วิหารโกไดโด ที่ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงจากประตูวัดขึ้นมาถึงที่นี่ ถือเป็นด่านยักษ์สุดหินเลยก็ว่าได้

วัดริชชะคุจิ (宝珠山 立石寺)

ที่อยู่4456-1 Yamadera, Yamagata, 999-3301, Japan
เวลาทำการเดือนเมษายน-กันยายน
8.00-16.00 น.

เดือนธันวาคม-มีนาคม
8.00-15.00 น. (ประตูปิด 16.00 น. )
ค่าเข้าชมแบบธรรมดา
– ผู้ใหญ่ 300 เยน
– นักเรียนมัธยม 200 เยน
– เด็กเล็ก (4 ขวบ ขึ้นไป) 100 เยน

แบบกลุ่ม 30 คนขึ้นไป
– ผู้ใหญ่ 240 เยน
– นักเรียนมัธยม 160 เยน
– เด็กเล็ก (4 ขวบ ขึ้นไป) 100 เยน
เว็บไซต์เพิ่มเติมrissyakuji
วิธีเดินทางจากสถานี JR Yamadera เพียง 7 นาที

3. กินซังออนเซ็น

กินซังออนเซ็น

เสน่ห์ของเมืองน้ำพุร้อนที่คงความเป็นเรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมเอาไว้ เมื่อมาถึงที่นี่จะสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันเงียบสงบที่อยู่ท่ามกลางภูเขา สองข้างทางเป็นเรียวกังที่ทำจากไม้มี 3-4 ชั้น นอกจากนี้บริเวณกลางเมืองยังเปิดให้ผู้คนสัญจรเท้าโดยเฉพาะ พูดง่าย ๆ คือไม่ให้รถขับผ่านนั่นเองค่ะ เนื่องจากถนนแคบ และไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับจอดรถ

พอตกเย็นเมื่อแดดร่มและลมตก เพื่อน ๆ ก็สามารถมาเดินเล่นเก็บบรรยากาศได้ เพราะเรียวกังทั้งหลายจะพร้อมใจกันเปิดโคมไฟตะเกียงก๊าซสีส้ม ทำให้เราเหมือนหลุดไปยังอีกยุคหนึ่งเลยละค่ะ ยิ่งช่วงฤดูหนาวสองข้างทางเต็มไปด้วยหิมะแล้วละก็ ยิ่งทำให้เมืองนี้มีทัศนียภาพที่สวยงามเกินบรรยายจริง ๆ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบริการให้แช่เท้าฟรีทั่วเมืองด้วย ส่วนบริเวณด้านหลังของเมืองมีน้ำตกอุโมงค์ ที่เปิดให้เข้าชม เนื่องจากน้ำตกนี้เคยเป็นปากประตูเหมืองแร่มาก่อน

กินซังออนเซ็น (銀山温泉)

ที่อยู่Ginzanshinhata, Obanazawa, Yamagata 999-4333, Japan
การจองดูรายละเอียดได้ที่ nj-yoyaku
ค่าบริการชิโรกาเนยุ-โอโมคาเกยุ (แบบห้องสาธารณะ)
300-500 เยน

ชิโรกาเนยุ-โอโมคาเกยุ (แบบห้องส่วนตัว)
2,000 เยน

*ออนเซ็นแช่เท้าให้บริการฟรี
เว็บไซต์เพิ่มเติมginzanonsen
วิธีเดินทางจากสถานี Oishida Station นั่งรถบัสไปยัง Ginzan Onsen ซึ่งบัสจะออกทุกๆ 60-90 นาที ใช้เวลาประมาณ 35 นาที

4. ลานสกีซะโอ

ลานสกีซะโอ

ลานสกีซะโอ สุดยอดลานสกีที่เป็นแหล่งรวมตัวของ Snow Monster เพราะเมื่อถึงช่วงฤดูหนาว เหล่าต้นไม้สูงใหญ่จะถูกหิมะปกคลุมจนขาวโพลนและกลายเป็นรูปร่างต่าง ๆ ทำให้คนแถวนั้นเรียกกันว่า Snow  Monster หรือ ปีศาจหิมะ นั่นเอง ถือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แปลกประหลาดอีกอย่างหนึ่ง

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อน ๆ ยังสามารถนั่งกระเช้าโรปเวย์เพื่อชมบรรยากาศโดยรอบของภูเขาซะโอ และเหล่า Snow Monster ได้ด้วย ในตอนกลางคืนก็มีประดับประดาด้วยไฟ สร้างความสวยงาม แปลกตาให้กับนักท่องเที่ยวมาก ๆ อีกด้วยค่ะ  หรือถ้าใครอยากสัมผัสกับเหล่า Snow Monster อย่างใกล้ชิด ต้องนั่งรถขบวนพิเศษอย่าง Night Cruiser ซึ่งจะพาเพื่อน ๆ ไปชมความงดงามอย่างใกล้ชิด แถมในรถยังมีฮีทเตอร์ให้ความอบอุ่นอีกด้วย ไหน ๆ ก็มาถึงแล้วลองมาเล่นสกีกันสักหน่อย ถึงแม้จะเล่นไม่เป็นที่นี่ก็มีคอร์สและอุปกรณ์ให้เช่าด้วยค่ะ ส่วนใครที่โปรแล้วที่นี่ก็มีลานสำหรับนักเล่นสกีให้ได้ท้าดวลกันด้วย

ลานสกีซะโอ (蔵王猿倉スキー場)

ที่อยู่Japan, 〒999-3113 Yamagata, Kaminoyama, 蔵王字蔵王山2843−1
เวลาทำการกลางวัน 8.15-17.00 น.
กลางคืน 17.00-21.00 น.  
ค่าบริการ– เหมาเล่นสกีทั้งวัน  5,000 เยน
– ตอนกลางคืน 2,000 เยน
– ชม Snow Monster 2,600 เยน
เว็บไซต์เพิ่มเติมzao-ski
วิธีเดินทางจากโตเกียวนั่ง JR Yamagata Shinkansen แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถบัสที่ผ่าน  Zao Onsen

5. ซะโอออนเซ็น

ซะโอออนเซ็น

ภูเขาซะโอถือเป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัดยามากาตะ นอกจากจะเป็นสถานที่เล่นสกีอันโด่งดังแล้ว บนเนินเขายังมีเมืองออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นตั้งอยู่ด้วย เพื่อน ๆ จะได้ชมบรรยากาศของเหล่าทิวทัศน์ที่งดงาม และบำบัดสุขภาพของร่างกายไปด้วย เพราะเมื่อถึงฤดูหนาวเหล่านักท่องเที่ยวที่เหน็ดเหนื่อยจากการเล่นสกีก็จะพากันมาพักผ่อนที่ออนเซ็นแห่งนี้นั่นเอง ด้วยสภาพแวดล้อมกลางป่าเขาที่เงียบสงบ และน้ำแร่ออนเซ็นที่มีส่วนประกอบของกำมะถันค่อนข้างสูง จะช่วยบำบัดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย แถมยังบำรุงผิวพรรณให้อ่อนนุ่ม เปล่งปลั่งอยู่เสมอด้วย นอกจากนี้ในตัวเมืองยังมีออนเซ็นน้ำแร่อีกมากมาย ที่ถึงแม้จะไม่ได้เข้าพักก็สามารถเข้าไปแช่กันได้ ไม่ว่าจะเป็น โรงอาบน้ำสาธารณะในซะโอออนเซน โรงอาบน้ำซะโอไดโรเทมบูโระ และห้องอาบน้ำชิโมยุ

ซะโอออนเซ็น (蔵王温泉)

ที่อยู่Yamagata, 990-2301, Japan
เวลาทำการโรงอาบน้ำซะโอไดโรเทมบูโระ
6:00-19:00 น.

ห้องอาบน้ำชิโมยุ
6.00-22.00 น.
ค่าบริการคนละ 470 เยน
ห้องอาบน้ำชิโมยุ 200 เยน
เว็บไซต์เพิ่มเติมzao-ski
วิธีเดินทางจาก Tokyo นั่ง JR Yamagata Shinkansen แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถบัสที่ผ่าน Zao Onsen

6.โมงามิงาวะ

โมงามิงาวะ

เก็บบรรยากาศสองข้างทางของป่าไม้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ด้วยการล่องเรือชมแม่น้ำโมงามิงาวะ แม่น้ำสายหลักของจังหวัดยามากาตะ หากเพื่อน ๆ ได้มาล่องเรือช่วงใบไม้ผลิ จะได้ชมดอกสึสึจิสีเเดงสีชมพู และซากุระที่พร้อมใจกันบานทั่วทั้งภูเขา พอช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อน ๆ จะได้พบกับความงามของเหล่าใบที่แข่งกันเปลี่ยนสี ส่วนช่วงฤดูหนาว วิวทิวทัศน์ที่มีสีสันจะพลันเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนในพริบตา สำหรับเรือที่ใช้นำชม มีทั้งโต๊ะโคทัตสึ และหลังคาคอยกันหิมะและแสงแดดให้ด้วย อีกทั้งบนเรือยังมีไกด์คอยอธิบายความเป็นมาของแม่น้ำแห่งนี้ด้วย แต่สำหรับพวกเราชาวต่างชาติไม่ต้องกลัวว่าจะฟังไม่รู้เรื่อง เพราะเขามีไกด์ที่พูดภาษาอังกฤษได้ มาช่วยอธิบายด้วยค่ะ แถมที่นี่ยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องสงครามชีวิตโอชินด้วยนะ

โมงามิงาวะ (最上川)

ที่อยู่Yamagata, Japan
เวลาทำการเรือชมแม่น้ำโมงามิงาวะ
9.30-15.30 น.
ค่าบริการเรือชมแม่น้ำโมงามิงาวะ
– ผู้ใหญ่ 2,030 เยน
– เด็ก 1,020 เยน
วิธีเดินทางจากสถานียามากาตะ นั่งรถไฟชินคันเซ็นมาลงที่สถานี ชินโจ แล้วเปลี่ยนมานั่งรถไฟ JR สาย Rikuu West Line ลงที่สถานี JR Furukuchi ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

7. สวนสาธารณะโมงามิงาวะฟุรุซาโตะ

สวนสาธารณะโมงามิงาวะฟุรุซาโตะ

สวนสาธารณโมงามิงาวะฟุรุซาโตะ เป็นสถานที่ที่คุณสามารถชมวิวแม่น้ำโมกามิพร้อมวิวภูเขากัซซันสวย ๆ ได้อย่างเต็มตา จุดเด่นและธีมสำคัญของสวนแห่งนี้เลยก็คือการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของยามากาตะไปพร้อมกับธรรมชาติสวย ๆ ทั้ง 4 ฤดู

ไฮไลต์ที่ขอแนะนำเลยก็คือสวนกุหลาบสวย ๆ ที่รวบรวมมาไว้มากกว่า 80 สายพันธุ์ 1500 ดอก และการไปชมต้นเมเปิ้ลขนาดใหญ่ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่จะผลัดใบเป็นสีแดงในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ภายในเรายังจะได้ร่วมชงชาแบบญี่ปุ่น และจิบชาพลางดูเหล่าใบไม้ที่กำลังร่วงโรย ถือเป็นการสัมผัสกับฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริงเลยล่ะ

นอกจากนี้ในช่วงวันคริสต์มาสที่สวนสาธารณะโมงามิงาวะฟุรุซาโตะ ยังมีอุโมงค์แห่งแสง ที่มีความยาวกว่า 20 เมตร ให้ๆ เพื่อนได้เดินชมไฟประดับ รวมถึงยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลหิมะยามากาตะครั้งแรกในปี 2016 ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งที่นั่นมีการประดับตุ๊กตาหิมะตัวใหญ่สูง 6 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของงาน ภายในงานยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ไฟ ไฟประดับ และการแสดงสดจากเหล่าศิลปินที่มาร่วมบรรเลงเพลงราวกับอยู่ในความฝันเลยละค่ะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่นิยมในการจัดงานอีเวนต์ต่าง ๆ อีกด้วย ไม่แน่ว่าวันที่เพื่อน ๆ มาเที่ยวอาจมีอีเวนต์สนุก ๆ รออยู่ก็ได้นะ

สวนสาธารณะโมงามิงาวะฟุรุซาโตะ (最上川ふるさと総合公園)

ที่อยู่Yamanishi-甲1269 Sagae, Yamagata 991-0041, Japan
เวลาทำการเปิดให้บริการทุกวัน

เทศกาลไฟประดับ
16.30-21.00 น.
ค่าบริการเรือชมแม่น้ำโมงามิงาวะ
– ผู้ใหญ่ 2,030 เยน
– เด็ก 1,020 เยน
เว็บไซต์เพิ่มเติมm-furusato.sakura
วิธีเดินทางสามารถเดินจากสถานี JR Sagae ได้เลย

8. น้ำตกทามะสุดาเระ

น้ำตกทามะสุดาเระ

น้ำตกทามะสุดาเระ เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในจังหวัดยามากาตะ ว่ากันว่าเป็นน้ำตกแห่งเดียวในยามากาตะที่มีน้ำไหลลงมาขนานกับผาหิน ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หลังน้ำตกด้วย ที่นี่จึงกลายเป็น power spot อีกแห่งหนึ่ง

เมื่อเพื่อน ๆ มาถึงที่นี่สามารถชมธรรมชาติรอบ ๆ น้ำตกที่ล้อมรอบไปด้วยป่าเขียวขจี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว ที่อากาศหนาวจัด ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยละค่ะ เพราะน้ำตกแห่งนี้จะกลายเป็นน้ำแข็งละ !? นอกจากนี้ในช่วงฤดูหนาวยังมีการประดับไฟ LED บริเวณน้ำตกด้วย ทำให้สะท้อนแสงออกมาเป็นอะไรที่แปลกตาและสวยงามมากจริงๆ ปัจจุบันที่นี่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงโกลเด้นวีค ทำให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องน้ำ และลานจอดรถเพิ่มเข้ามาให้นักท่องเที่ยวใช้บริการด้วย

น้ำตกทามะสุดาเระ (玉簾の滝)

ที่อยู่52-1 Masuda, Sakata, Yamagata 999-8201, Japan
เวลาทำการเปิดตลอดเวลา
ค่าเข้าชมไม่มี
เว็บไซต์เพิ่มเติมyamagatakanko
วิธีเดินทางจากสถานีรถไฟ JR Sakata ขึ้นทางด่วน Nihonkai Tohoku Expressway ใช้เวลาประมาณ 30 นาที 

9. พิพิธภัณฑ์เท็นโดโชกิ

เพื่อน ๆ ทราบไหมคะว่า เมืองเท็นโด จังหวัดยามากาตะ เป็นแหล่งผลิตหมากรุกอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นเชียวนะ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยละที่ที่นี่จะมีพิพิธภัณฑ์หมากรุก หรือที่เรียกกันว่าพิพิธภัณฑ์เท็นโดโชกิ ซึ่งภายในเพื่อน ๆ สามารถชื่นชมกับหมากรุกจากทั่วโลกที่ขนมาจัดแสดงกัน ไม่ว่าจะเป็นหมากรุกจีน หมากรุกญี่ปุ่น หมากรุกไทย และหมากรุกอัญมณีแสนสวย รวมถึงจตุรังกา หมากรุกจากประเทศอินเดีย ที่ว่ากันว่าเป็นหมากรุกดั้งเดิม หาชมได้ยากมาก ๆ เลยละ ใครชอบเล่นหมากรุกละก็อย่าได้พลาดมาเที่ยวชมที่นี่เชียว

นอกจากนี้ยังมีประวัติหมากรุก รวมถึงวิธีการเล่นต่าง ๆ ให้เพื่อนๆ ได้ศึกษากันด้วย อีกทั้งที่นี่ยังมีการจัดอีเว้นท์เกี่ยวกับหมากรุกอย่างการจัดอีเวนต์เกี่ยวกับ STAR WARS ซึ่งเพื่อน ๆ จะได้เห็นเหล่าตัวละครจาก STAR WARS มาโลดแล่นบนกระดานหมากรุก

พิพิธภัณฑ์เท็นโดโชกิ (天童市将棋資料館)

ที่อยู่1-chome-1-1 Honcho, Tendō, Yamagata 994-0034, Japan
เวลาทำการ09.00-18.00 น.

*หยุดทุกวันจันทร์ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน และช่วงวันหยุดสิ้นปี
ค่าเข้าชม– ผู้ใหญ่ 300 เยน
– นักเรียนมัธยมปลาย 200 เยน
– มัธยมต้นและประถมคนละ 100 เยนค่ะ
เว็บไซต์เพิ่มเติมcity.tendo
วิธีเดินทางนั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานี Tendo หลังจากนั้นเดินต่ออีกนิดนึงก็ถึงแล้ว เพราะพิพิธภัณฑ์อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟเลย

10. ยุ้งข้าวซันเกียว

ยุ้งข้าวซันเกียว

มีเพื่อน ๆ คนไหนเคยดูละครเรื่องสงครามชีวิตโอชินบ้างไหมคะ ? เพราะที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำละครโอชินนั่นเอง เมื่อก้าวขาเข้ามาที่นี่ จะพบอาคารประมาณ 9 หลังเรียงติดกัน โดยภายในอาคารจะเก็บข้าวเอาไว้กว่า 10,800 ตัน ที่นี่จึงเปรียบเสมือนยุ้งข้าว ส่วนต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ปลูกอยู่ข้าง ๆ นั่นคือ ต้นเซลโควา ที่ช่วยในการรักษาอุณหภูมิในยุ้งข้าว ภายในอาคารนี้มีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับข้าว ที่บอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของข้าวกับวิถีชีวิตของผู้คนในละแวกนี้

นอกจากนี้เพื่อน ๆ ยังสามารถเข้าไปเลือกซื้อพันธุ์ข้าวชนิดต่าง ๆ รวมถึงของที่ระลึกภายในอาคารได้ด้วย ถ้าใครหิวละก็ที่นี่เขามีร้านอาหารให้บริการด้วย ที่สำคัญข้าวที่เราจะได้ทานก็มาจากยุ้งข้าวนี้นั่นเอง ชักอยากรู้แล้วสิว่าจะมีรสชาติยังไงนะ

ยุ้งข้าวซันเกียว (山居倉庫)

ที่อยู่1 Chome-1-8 Sankyomachi, Sakata, Yamagata 998-0838, Japan
เวลาทำการ09.00-18.00 น.

*เปิดให้บริการทุกวัน
ค่าเข้าชมคนละ 300 เยน
เว็บไซต์เพิ่มเติมsakata-kankou
วิธีเดินทางจากสถานีรถไฟ JR Sakata ให้ขึ้นรถซิตี้บัสรันรันสาย ซาคาทาเอกิ ไดงาคุเซ็น แล้วลงที่ป้าย วันเกียว-มาจิ ฮิกาก็จะถึงแล้วค่ะ

ทริปญี่ปุ่นครั้งหน้า มาเที่ยวยามากาตะกัน!

มาถึงจังหวัดยามากาตะแล้ว เพื่อน ๆ อย่าลืมลองทานเชอร์รี่ของที่นี่นะ ว่ากันว่ามีรสชาติเปรี้ยวอมหวานกำลังพอดีเลยละค่ะ ถือเป็นของดีประจำเมืองยามากาตะที่ต้องมาชิมให้ได้ รวมถึงแวะเดินเล่นสถานี JR Yamagata ที่ละแวกนั้นมีร้านอาหาร ร้านขายของเรียงรายอยู่ โดยถนนแห่งนี้มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะแล้วด้วย ถือเป็นโลเคชั่นถ่ายภาพย้อนยุคได้ดีเลยค่ะ

และข่าวดึคือ! จังหวัดยามากาตะอยู่ในพื้นที่ของ JR EAST PASS (Tohoku area) ที่ให้เราเดินทางเที่ยวยามากาตะและจังหวัดอื่น ๆ ในภูมิภาคโทโฮคุและภูมิภาคคันโตได้ไม่อั้นตลอดระยะ 5 วัน ใครอยากเที่ยวแบบจัดเต็มแต่สบายงบก็อย่าลืมพกตั๋วนี้ติดตัวไว้นะ!

ผู้เขียน: baiosfalim

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า