สวนมะกอกโอลีฟ

ถ้าพูดถึงมะกอกโอลีฟ ภาพที่หลายๆ คนนึกถึงคงเป็นประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียนมากกว่าจะนึกถึงประเทศทางตะวันออกอย่างญี่ปุ่น แต่ความจริงแล้วที่จังหวัดคางาว่า ประเทศญี่ปุ่นก็มีการปลูกมะกอกโอลีฟเหมือนกันนะ

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

A post shared by オリーブ公園 (@olive_pk)

สวนโอลีฟ หรือโอลีฟปาร์คแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะโชโดชิมะ จังหวัดคางาว่า เกาะโชโดชิมะเป็นพื้นที่แรกในญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จในการเพาะปลูกมะกอกโอลีฟ บางครั้งจึงเป็นที่รู้จักในนามว่าเกาะโอลีฟ ด้วยบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนและภูมิทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม จึงดึงดูดผู้คนทั้งในและนอกประเทศให้มาเยือนมากมาย วันนี้เราจะมาแนะนำว่ามีอะไรน่าสนใจให้ทำที่สวนแห่งนี้ค่ะ

1. แปลงร่างเป็นแม่มดน้อยกันเถอะ!

ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามขนาดนี้ สถานที่แห่งนี้เลยถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Kiki’s Delivery Service หรือในชื่อภาษาไทยคือ “แม่มดน้อยกิกิ” ทางสวนจึงมีบริการให้ยืมไม้กวาดไปถ่ายรูปเป็นแม่มดน้อย จะถ่ายตรงไหนก็น่ารักทั้งนั้น นอกจากนี้ยังมีมุมถ่ายภาพมากมาย ทั้งกังหันลมแบบกรีก หนังสือนิทานยักษ์ คาเฟ่ และเนินเขาเขียวขจี

2. ส่งโปสต์การ์ดหาคนสำคัญ

คงโรแมนติกไม่ใช่เล่น ถ้าเราจะหยิบโปสต์การ์ดสวยๆ สักใบขึ้นมาเขียนความในใจเพื่อส่งไปหาใครคนหนึ่ง ผ่านตู้ไปรษณีย์แห่งความสุขสีเขียวมะกอกที่ยืนอยู่อย่างอดทนเพื่อรอรับฝากความคิดคำนึงของผู้คน หรือว่าจะส่งโปสต์การ์ดไปหาตัวเองเพื่อเป็นที่ระลึกถึงความทรงจำดีๆ ของการมาเที่ยวก็โรแมนติกไปอีกแบบนะ (แอบกระซิบว่าโปสต์การ์ดออริจินัลของที่นี่น่ารักมากๆ เลยแหละ!)

3. ชิมอาหาร ทานเมนูน้ำมันมะกอกชั้นดี

ภายในสวนมีร้านอาหารที่พิถีพิถันตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงขั้นตระเตรียมอาหาร โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้น้ำมันมะกอกที่มาจากเกาะโชโดชิมะ นอกจากนี้ยังใช้วัตถุดิบอื่นๆ ที่นำเสนอความเป็นโชโดชิมะออกมาด้วยล่ะ

4. สัมผัสประสบการณ์งานคราฟต์สายอาหาร

ทุกๆ วันอาทิตย์จะมีการจัดเวิร์คช็อปให้เราได้สัมผัสประสบการณ์ทดลองทำงานคราฟต์สายอาหาร เช่น การผสมน้ำมันมะกอกสูตรของเราเอง การทำซอสถั่วเหลืองกับน้ำมันสมุนไพร การนำมะกอกมาผ่านกระบวนการถนอมอาหาร เป็นต้น โดยที่แต่ละเดือนจะเปลี่ยนกิจกรรมไปเรื่อยๆ ดังนั้นถ้าสนใจกิจกรรมไหนต้องรีบไปก่อนที่เขาจะเปลี่ยนนะ

5. เล่นกับงานศิลปะของอิซามุ โนงุจิ

สายอาร์ตต้องชื่นชอบสิ่งนี้ อิซามุ โนงุจิคือศิลปินผู้มีคอนเซ็ปต์งานว่าจะนำศิลปะมาหลอมรวมลงในชีวิตทั่วไป เขาต้องการนำเอาความคิดสร้างสรรค์มาสู่ชีวิตประจำวันของเด็กๆ ชิ้นงานของเขาจึงเป็นเครื่องเล่นที่ใครก็ตามสามารถเล่นและสัมผัสกับมันได้

6. ชมอาร์ตแกลเลอรี Artetra

ยังคงต่อกันที่สายอาร์ต แกลเลอรีแห่งนี้เป็นสถานที่ที่รวบรวมผลงานของอิซามุ โนงุจิเอาไว้ ชุดผลงานที่ได้รับความนิยมอย่างมากได้แก่ชุดผลงานชื่อ AKARI ซึ่งแน่นอนว่ายังคงคอนเซ็ปต์เรื่องการนำศิลปะเข้ามาผสมผสานกับชีวิตประจำวัน เนื่องจาก AKARI แปลว่าแสงสว่างในภาษาญี่ปุ่น ชิ้นงานในคอลเล็คชันนี้จึงเป็นโคมไฟแบบต่างๆ ทั้งที่ทำจากกระดาษญี่ปุ่น ไม้ไผ่ รวมถึงไม้

7. ช็อปปิ้งกันสักนิด


แน่นอนว่าก่อนกลับก็ต้องซื้อของฝาก ที่บริเวณใกล้กับทางเข้าสวนจะมีร้านค้าให้เราจับจ่ายซื้อของกลับบ้านเป็นที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายเฉพาะที่สวนแห่งนี้ หรือว่าสินค้าพิเศษของเกาะโชโดชิมะ ก็มีให้เลือกซื้อเลือกหามากมาย

ในส่วนของการเดินทาง ถ้าหากมาถึงเกาะโชโดชิมะแล้ว วิธีการเดินทางมายังสวนที่ง่ายที่สุดคือนั่งรถบัสสายท้องถิ่นมาลงที่สถานี “ซันโอลีฟ” ค่ะ ตัวสวนเปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่ 8:30 จนถึง 17:00 น. เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับสวนมะกอกแห่งนี้ นับว่าเป็นอีกสถานที่ที่เหมาะกับการใช้เวลาอย่างเพลิดเพลินเลยใช่ไหมล่ะ ถ้าหากได้มาเที่ยวที่เกาะโชโดชิมะ อย่าลืมมาเยี่ยมเยียนสวนแห่งนี้กันนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก rtrp, olive-pk
ผู้เขียน มัชชารี

conomin

conomin คือกลุ่มนักเขียนใหม่ของ conomi ที่คอยนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่น เพื่อคนรักญี่ปุ่น จากปลายปากกาคนรักญี่ปุ่นด้วยกัน

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า