พื้นที่คุมาโนะ ซึ่งตั้งอยู่ในคาบสมุทรคิอิ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดวากายามะและมิเอะ เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เป็นที่ตั้งของ “ศาลเจ้าคุมาโนะซันซัน” ซึ่งประกอบด้วย “ศาลเจ้าฮอนงูไทฉะ” , “ศาลเจ้านาจิไทฉะ” และ “ศาลเจ้าฮายาตามะไทฉะ” ทั้งสามแห่งนี้ตั้งอยู่บน “เส้นทางแสวงบุญคุมาโนะโคโดะ” เส้นทางที่มีอายุกว่าพันปี เป็นศูนย์รวมความเชื่อและศาสนา พร้อมทั้งสะท้อนตำนานการก่อตั้งญี่ปุ่น ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ 3 ตำนานพื้นบ้านที่น่าสนใจในพื้นที่คุมาโนะแห่งนี้!
1. การแสวงบุญของฟูจิวาระ ฮิเดฮิระ

หนึ่งในตำนานที่ถูกเล่าขานเกี่ยวกับพื้นที่คุมาโนะคือเรื่องของ “ฟูจิวาระ ฮิเดฮิระ” ผู้บัญชาการทหารจากเมืองโอชู ซึ่งเดินทางไปแสวงบุญพร้อมภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อภรรยาของเขาคลอดบุตรระหว่างทางใกล้กับจุดบรรจบของแม่น้ำทอนดะและแม่น้ำอิชิฟุเนะ หรือในปัจจุบันคือ “ศาลเจ้าทาคิจิริโอจิกู โทโก” ฮิเดฮิระลังเลที่จะพาทารกน้อยเดินทางต่อ เพราะในยุคนั้นการคลอดบุตรถูกมองว่าเป็นสิ่งไม่บริสุทธิ์ ทว่าคืนนั้น “คุมาโนะ กอนเกน” เทพที่ประดิษฐานอยู่ในคุมาโนะ ซันซัน ปรากฏตัวในความฝัน และแนะนำให้เขาทิ้งทารกไว้ในถ้ำใกล้ ๆ แล้วเดินทางต่อไป
ระหว่างการเดินทาง ฮิเดฮิระได้หักกิ่งไม้ซากุระและปลูกไว้พร้อมอธิษฐานว่า หากลูกชายของเขายังมีชีวิตอยู่ กิ่งไม้ซากุระนี้จะไม่เหี่ยวเฉา เมื่อเขากลับมาหลังจากแสวงบุญสำเร็จ กิ่งซากุระได้ผลิดอกบานสะพรั่ง ทำให้เขารีบไปที่ถ้ำซึ่งทิ้งลูกน้อยไว้ และพบว่าทารกปลอดภัย โดยมีหมาป่าคอยปกป้องและดื่มกินนมที่หยดลงมาจากหิน
เรื่องราวนี้สะท้อนถึงความศรัทธาอันแรงกล้าต่อคุมาโนะ กอนเกน และความเชื่อในความเมตตาของธรรมชาติ ถ้ำที่ทารกถูกทิ้งไว้จึงถูกเรียกว่า “หินนํ้านม” และต้นซากุระในโนนากะถูกตั้งชื่อว่า “ฮิเดฮิระ ซากุระ” เพื่อรำลึกถึงเรื่องราวนี้
2. การเดินทางของอิซึมิ ชิกิบุ

อีกหนึ่งตำนานที่เชื่อมโยงกับคุมาโนะคือเรื่องของ “อิซึมิ ชิกิบุ” กวีหญิงผู้เลื่องชื่อในยุคเฮอัน ขณะเดินทางไป “ศาลเจ้าคุมาโนะ ฮองกุ ไทฉะ” เธอมีประจำเดือน ซึ่งในสมัยนั้นถูกมองว่าเป็นสิ่งไม่บริสุทธิ์ ทำให้เธอเศร้าใจที่ไม่สามารถเข้าสักการะได้ อย่างไรก็ตาม คืนนั้น คุมาโนะ กอนเกนได้ปรากฏในความฝันและปลอบประโลบว่าประจำเดือนไม่ใช่สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ ทำให้อิซึมิ ชิกิบุรู้สึกโล่งใจและสามารถเยี่ยมชมศาลเจ้าได้ตามที่ตั้งใจ
เรื่องราวนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงความเสมอภาคและความเปิดกว้างของคุมาโนะ ซึ่งยอมรับผู้คนทุกเพศทุกวัยและสถานะ โดยไม่แบ่งแยกว่าสิ่งใดบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ ปัจจุบันสังคมเปิดกว้างเรื่องเสรีภาพและความหลากหลายทางเพศ แต่เรื่องราวนี้ก็เป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างสังคมที่ยอมรับความเท่าเทียม
3. เรี่ยวราวความรักของโอกุริ ฮันกันและเทรุเทะฮิเมะ

ตำนานสุดท้ายที่เปี่ยมด้วยความโรแมนติกและความเมตตาคือเรื่องของ “โอกุริ ฮันกัน” ขุนนางผู้พ่ายแพ้ในสงครามและตกหลุมรัก “เทรุเทะฮิเมะ” เจ้าหญิงจากตระกูลมั่งคั่ง แต่ความรักของพวกเขาถูกขัดขวาง โอกุริถูกบังคับให้ดื่มยาพิษจนเสียชีวิต ก่อนที่ “เอ็นมะไดโอ” เทพผู้ปกครองนรกที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา รู้สึกเห็นใจและส่งเขากลับมายังโลก แต่อยู่ในสภาพผอมแห้งราว หูและจมูกของเขาก็หายไปและดูไม่มีชีวิตชีวา ด้วยความช่วยเหลือของผู้คนและเทรุเทะฮิเมะที่ไม่ละทิ้งความรัก เธอได้นำโอกุริไปยัง “ยุโนะมิเนะ” ออนเซ็นแห่งแรกของญี่ปุ่น ในอดีตผู้ที่เดินแสวงบุญไปยังคุมาโนะนิยมแวะพักเพื่อเยียวยาจากความอ่อนล้าในการเดินทาง เทรุเทะฮิเมะให้โอกุริแช่ในบ่อน้ำพุร้อนสึโบยุเป็นเวลา 49 วัน และปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเมื่อโอกุริกลับมามีสุขภาพดีและใช้ชีวิตร่วมกับเทรุเทะฮิเมะในที่สุด
เส้นทางที่โอกุริเดินทางถูกเรียกว่า “โอกุริ ไคโด” และเรื่องราวของเขากลายเป็นสัญลักษณ์ของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมถึงความเมตตาที่ผู้คนในคุมาโนะมอบให้กัน
ตำนานทั้งสามเรื่องนี้สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งคุมาโนะ ซึ่งเต็มไปด้วยความเมตตา การยอมรับความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายทางเพศ หรือความแตกต่างทางสถานะ ตำนานในพื้นที่คุมาโนะยังคงเป็นสิ่งยํ้าเตือนใจให้รู้สึกถึงความหวังและความเท่าเทียม ซึ่งเราสามารถเรียนรู้และนำมาใช้ในสังคมปัจจุบันได้อีกด้วย
สรุปเนื้อหาจาก : tb-kumano.jp