ในบทความนี้จะมาแนะนำแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในโอกินาว่าที่เปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ นั้นก็คือ “JUNGLIA (ジャングリア)” สวนสนุกผสมธรรมชาติและความหรูหรา ที่เปิดประสบการณ์ผจญภัยในป่าเขตร้อนพร้อมธีมไดโนเสาร์สุดสมจริง ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของสนามกอล์ฟ Orion Arashiyama ระหว่างเมืองนากะกับนากิจิน พัฒนาโดยทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Universal Studios Japan จะน่าสนใจแค่ไหนมาดูกันเลยค่ะ!
1. ธีมธรรมชาติและไดโนเสาร์
หัวใจสำคัญของ JUNGLIA คือการนำธรรมชาติของป่ายันบารุที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกมาสร้างประสบการณ์ที่ทั้งตื่นเต้นและน่าทึ่ง โดยไม่ได้จำกัดเพียงการจัดสวนหรือทำฉากเท่านั้น แต่คือการออกแบบให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนก้าวเข้าสู่โลกอีกใบที่มีไดโนเสาร์เดินอยู่จริง กิจกรรมไฮไลต์ เช่น
- Dinosaur Safari : คือไฮไลต์ที่ต้องลองสักครั้ง นักท่องเที่ยวจะได้นั่งรถจี๊ปขับลุยเส้นทางกลางป่าที่มีทั้งทางดิน โค้งชัน และช่วงที่ต้องฝ่าผ่านหมอกจำลอง ท่ามกลางเสียงคำรามของไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น Tyrannosaurus Rex ขนาดมหึมา Triceratops ที่ดูสง่างาม หรือ Velociraptor ที่เคลื่อนไหวว่องไวเหมือนมีชีวิตจริง การจำลองนี้ใช้ทั้งหุ่นยนต์กลไกขั้นสูงและระบบเสียงรอบทิศเพื่อให้สมจริงที่สุด
- Finding Dinosaurs : เหมาะกับครอบครัวและเด็ก ๆ เส้นทางผจญภัยนี้ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที ผ่านฉากป่าไม้เขียวชอุ่ม ถ้ำมืดที่มีเสียงหยดน้ำ และสะพานเชือกที่โยกเล็กน้อยสร้างความตื่นเต้นระหว่างค้นหาไดโนเสาร์ตัวเล็กในมุมต่าง ๆ ระหว่างทางยังมีป้ายข้อมูลให้ความรู้เกี่ยวกับแต่ละสายพันธุ์ เพิ่มความเพลิดเพลินและสาระไปพร้อมกัน
2. โซนแอดเวนเจอร์สุดตื่นเต้น
สำหรับผู้ที่มองหากิจกรรมท้าทายความกล้า JUNGLIA มีตัวเลือกมากมาย ทั้งความเร็ว ความสูง และการผจญภัยแบบเอ็กซ์ตรีม เช่น
- Sky Phoenix: ซิปไลน์ยาวกว่า 280 เมตรจากความสูง 19 เมตร ให้ความรู้สึกเหมือนบินทะยานผ่านเรือนยอดไม้และเห็นวิวป่าเขตร้อนแบบมุมสูง ระหว่างทางจะมีช่วงที่พุ่งลงอย่างรวดเร็วเพิ่มความตื่นเต้น
- Titan’s Swing: ชิงช้าขนาดยักษ์ที่แกว่งผ่านป่า โครงสร้างสูงเท่ากับตึกหลายชั้น การเหวี่ยงไปมาทำให้มองเห็นป่าเขียวด้านล่างแบบเต็มตา เหมาะสำหรับคนที่ชอบความรู้สึกหัวใจเต้นแรง
- Tree-Top Trekking: เส้นทางบนยอดไม้ที่ต้องใช้ความสมดุลและความกล้า ผ่านสะพานเชือกแบบแขวน ทางเดินไม้ที่โยกไปมา และบางช่วงมีเน็ตให้ปีนไต่ การเดินบนความสูงท่ามกลางเสียงนกร้องและลมพัดสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร
- Buggy Voltage: กิจกรรมขับบักกี้ลุยทางวิบากที่เต็มไปด้วยโค้งหักศอก หลุมบ่อ และเส้นทางลุยโคลน มีให้เลือก 2 แบบคือ Fun Adventure สำหรับมือใหม่ และ Adrenaline Challenge สำหรับผู้ที่อยากเร่งความเร็วและความท้าทาย
- Horizon Balloon: บอลลูนลอยฟ้าที่พาขึ้นสูงเพื่อชมวิว 360° ของป่าเขตร้อนและทะเลโอกินาว่า เหมาะสำหรับคนที่อยากพักจากกิจกรรมโหด ๆ มาซึมซับความงามอย่างสงบ
3. โซนพักผ่อนและสปา
แม้ JUNGLIA จะเต็มไปด้วยกิจกรรมตื่นเต้น แต่ก็มีพื้นที่สำหรับผ่อนคลายอย่างเต็มที่ Spa JUNGLIA คือสวรรค์ของคนรักการอาบน้ำกลางแจ้ง ไฮไลต์คือ “อินฟินิตี้บาธกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” (82 ตร.ม.) ที่ได้รับการบันทึกโดย Guinness World Records น้ำอุ่นใสไหลลงสู่สระแบบไร้ขอบ ทำให้รู้สึกเหมือนต่อเนื่องกับทิวทัศน์ป่าเขียวไกลสุดสายตา
นอกจากนี้ยังมีห้องซาวน่าแบบดั้งเดิม ออนเซ็นในร่มสำหรับคนที่อยากความเป็นส่วนตัว และอ่างแช่ในถ้ำที่ให้บรรยากาศลึกลับ ราคาค่าเข้าไม่สูงเมื่อเทียบกับคุณภาพ (ผู้ใหญ่ 2,640 เยน เด็ก 1,540 เยน) ทำให้เป็นโซนที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาตินิยมแวะก่อนจบทริป
4. การแสดงและความบันเทิง
นอกจากเครื่องเล่นและกิจกรรมกลางแจ้ง JUNGLIA ยังให้ความสำคัญกับการแสดงสดตลอดวัน เช่น
- Junglia Splash Fes: โชว์สาดน้ำขนาดใหญ่พร้อมดนตรีจังหวะสนุก เหมาะกับหน้าร้อน
- Wild Beat: คอนเสิร์ตกลางแจ้งที่ผสมดนตรีพื้นเมืองโอกินาว่ากับจังหวะสมัยใหม่
- Extreme Acro: การแสดงผาดโผนที่รวมการกระโดด การตีลังกา และการเล่นผาดโผนกลางอากาศ
- Junglia Night Fes: ปิดท้ายวันด้วยการจุดดอกไม้ไฟเหนือป่า สร้างภาพความทรงจำที่สวยงามก่อนกลับ
5. ร้านอาหารและของที่ระลึก
ภายในสวนมีร้านอาหารรวม 15 แห่ง ทั้งร้านหลักและฟู้ดทรัคกระจายตามโซนต่าง ๆ เช่น
- Panorama Dining: ที่นั่งรังนกสุดโรแมนติก เห็นวิวสูงแบบพาโนรามา เมนูเด่นคือแฮมเบิร์กเสิร์ฟพร้อมเบคอนหนา พิซซ่าสไตล์โอกินาว่า และของหวานสีฟ้าสด “Oasis Blue”
- Tropical Oasis: อยู่ติดกับสปา เสิร์ฟทาปาสและเครื่องดื่ม ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น เนื้อวากิวเมโซะคุระจากเกาะอิเอะจิมะ และแกงพื้นบ้าน
โซนขายของที่ระลึกมีสินค้ามากกว่า 550 รายการ ตั้งแต่ตุ๊กตา เสื้อยืด ผ้าพันคอ ไปจนถึงเครื่องเขียนลายมาสคอตสุดน่ารัก
JUNGLIA คือสวนสนุกที่รวมความตื่นเต้น ความงามของธรรมชาติ และความสะดวกสบายเข้าไว้ในที่เดียว เหมาะทั้งครอบครัว คู่รัก และนักท่องเที่ยวสายแอดเวนเจอร์ ใครที่มาโอกินาว่าแล้วอยากเที่ยวสวนสนุกก็แวะมากันได้นะคะ
JUNGLIA
| ที่ตั้ง | Japan, 〒905-0413 Okinawa, Kunigami District, Nakijin, Gogayama, 553番地1 |
| เวลาให้บริการ | ทุกวัน ตั้งแต่ 10:00 – 19:30 |
| วิธีเดินทาง | 1) รถส่วนตัว แนะนำให้ขับมาจอดที่ฟรีที่ดาดฟ้า AEON Nago (ไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า) แล้วนั่ง รถชัตเทิลสาย “JUNGLIA EXPRESS” ฟรีไปยังสวนสนุก ใช้เวลาประมาณ 35 นาที 2)รถสาธารณะ สามารถนั่ง Express Bus หรือ Yanbaru Express จากสนามบิน ไปยัง Nago City Bus Terminal หรือ Nago City Hall แล้วต่อรถชัตเทิล “JUNGLIA EXPRESS” ไปยังสวนสนุกอีกทอด |
| บัตรเข้าชม | JUNGLIA ใช้ระบบ Free-Pass ให้เข้าเล่นได้ทุกโซน โดยมีหลายรูปแบบให้เลือก ได้แก่ 1) Park Only: ญี่ปุ่น 6,930 เยน / ต่างชาติ 8,800 เยน 2) Spa Only: ญี่ปุ่น 2,640 เยน / ต่างชาติ 3,080 เยน 3) Park & Spa: ญี่ปุ่น 9,570 เยน / ต่างชาติ 11,880 เยน สำหรับคนที่ไม่อยากต่อคิวนาน แนะนำ Premium Pass ซึ่งให้สิทธิ์เข้ากิจกรรมยอดฮิตอย่าง Dinosaur Safari, Sky Phoenix, Horizon Balloon และ Titan’s Swing ได้โดยตรง ราคาตั้งแต่ 1,800–2,970 เยน ขึ้นกับโซนที่เลือก |
| เว็บไซต์ | junglia.jp |
สรุปเนื้อหาจาก : junglia.jp, funliday.com