เมื่อกล่าวถึงเรื่องราวพรมลิขิต หลาย ๆ คนก็ต้องนึกถึงเรื่องของ ด้ายแดงแห่งโชคชะตา ที่จะนำพาให้คู่รักได้มาเจอกัน แต่จะเป็นอย่างไรหากด้ายแดงแห่งโชคชะตานั้นสามารถรับประทานได้?
นึกถึง “ชิคุโกะ” ก็ต้องนึกถึง “เมืองแห่งความรัก”
เมืองชิคุโกะ ตั้งอยู่กลางที่ราบชิคุโกะ จังหวัดฟุกุโอกะ มีศาลเจ้าที่ชื่อว่า ศาลเจ้าโค่ยโนคิ โดยเป็นศาลเจ้าแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ประดิษฐานเทพเจ้าแห่งความรัก จึงทำให้มีชื่อเสียงว่าเป็น Power Spot ในด้านความรักและส่งให้เมืองนี้มีชื่อเล่นว่าเป็น เมืองแห่งความรัก

View this post on Instagram
ไหน ๆ ก็เป็นเมืองแห่งความรักแล้ว เมืองนี้จึงได้ผลิตและจำหน่ายราเม็งแห่งความรักสีชมพูสดใสในชื่อว่า “ด้ายแดงแห่งโชคชะตา” ด้วยเส้นเอซากิเซเม็งของท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์นี้เกิดจากการรวบรวมความคิดเห็นจากผู้คนประมาณ 60 คนที่เข้าร่วมกิจกรรมหาคู่ซึ่งจัดขึ้นกับคนในท้องถิ่น จนเกิดเป็น ราเม็งแห่งความรัก หรือที่เรียกว่า ราเม็งด้ายแดง ขึ้นมา
ราเม็งด้ายแดงคืออะไร เริ่มมาจากไหน?
ราเม็งด้ายแดงแห่งโชคชะตา เป็นราเม็งเส้นเหนียวนุ่มหนุบหนับเพราะผลิตโดยการเพิ่มปริมาณน้ำลงไปในเส้น ซึ่งเป็นวิธีที่มีมาตั้งแต่ปีโชวะที่ 35 สีชมพูน่ารักนั้นเกิดจากการผสมอุเมชิโสะและดอกพุดญี่ปุ่น กลิ่นหอมของบ๊วยเข้ากันได้ดีกับน้ำซุปทงคตสึ โรยคามาโบโกะรูปดอกไม้ลงไปเพิ่มความคิวท์ หรือจะทานเป็นหมี่เย็นในช่วงอากาศร้อนก็อร่อยไม่แพ้กัน
ทางเมืองชิคุโกะมุ่งมั่นที่จะสร้างวัฒนธรรมการกิน “ด้ายแดงแห่งโชคชะตา” ในเวลาที่รู้สึกตกหลุมรักหรืออยากมอบความรักให้ใครสักคน เหมือนกับการทานโอเซจิในวันปีใหม่ หรือทานเค้กในวันคริสต์มาส แต่นอกจากราเม็งด้ายแดงแล้ว ที่ศาลเจ้ายังมีของที่ระลึกมากมายที่สื่อถึงความรัก เช่น ขนมโมจิรูปหัวใจสีชมพู โดรายากิรูปหัวใจ และอีกมากมาย
ราเม็งด้ายแดงแห่งโชคชะตานี้มีจำหน่ายที่ศาลเจ้าโค่ยโนคิ หากใครได้ไปไหว้ขอพรในเรื่องความรักแล้วก็อย่าลืมไปอุดหนุนกันนะคะ อาจจะช่วยเสริมดวงความรักให้ดียิ่งขึ้นไปอีกก็ได้นะ ^^
สรุปเนื้อหาจาก j-town