จังหวัดคางาว่า ได้รับฉายาว่าเป็นจังหวัดแห่งอุด้ง แต่ของดีคางาว่าก็ไม่ได้มีเพียงอุด้งเท่านั้น ยังเป็นแหล่งรวมสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมากมาย ตั้งแต่เกาะโชโดะชิมะ เกาะนาโอชิมะ ไปจนถึงสถานที่ลับ ๆ ที่มีแต่คนท้องถิ่นรู้จัก บทความนี้เราจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เพื่อน ๆ จะได้ค้นพบทิวทัศน์อันน่าทึ่ง และสัมผัสเสน่ห์สุดอันซีนของจังหวัดคางาว่า!

1. Shodoshima Olive Park

Shodoshima Olive Park หรือสวนมะกอกโชโดะชิมะเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่สวยงามของจังหวัดคางาว่า มีรูปปั้นเทพีอะธีนา เทพีแห่งมะกอกตั้งต้อนรับทุกคน มีพิพิธภัณฑ์ที่สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และอุตสาหกรรมมะกอก เพลิดเพลินกับสวนสมุนไพรที่เต็มไปด้วยสมุนไพรราว 120 ชนิด อีกทั้งยังมีร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนียน OLIVAZ อาหารรสเลิศที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลของเกาะโชโดะชิมะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์คนแสดงเรื่องแม่มดน้อยกิกิ มีไม้กวาดให้เช่าฟรีเป็นพร็อพถ่ายรูปตามรอยกับวิวสวย ๆ ได้เลย!

ข้อมูล Shodoshima Olive Park

2. Takaya Shrine

ศาลเจ้าหลักทาคายะตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 400 เมตรบนยอดเขาอินาซุมิในเมืองคันอนจิ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนยอดนิยมอย่างมาก หลังจากเดินเท้าประมาณ 40 นาทีไปตามเส้นทางเดินป่า จะพบกับโทริอิแห่งท้องฟ้าพร้อมทัศนียภาพแบบพาโนรามาที่มองเห็นทั้งทะเลเซโตะ หาดอาริอาเกะ หรือในวันที่อากาศดีก็อาจมองเห็นไปถึงภูเขาอิชิซึจิเลยทีเดียว เป็นทิวทัศน์อันงดงามที่คุ้มค่าและรับรองว่าจะได้ภาพสวย ๆ ไปลงอินสตาแกรมแน่นอน

ข้อมูล Takaya Shrine

3. Chichibugahama Beach

Chichibugahama Beach

หาดชิจิบุงาฮามะเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงด้วยปรากฏการณ์กระจกแห่งสวรรค์ ที่เมื่อน้ำลงก็จะเกิดแอ่งน้ำตื้น ๆ บนชายหาดที่สะท้อนภาพท้องฟ้าและพระอาทิตย์อย่างสวยงามราวกับกระจก ยิ่งในช่วงเย็นที่เงียบสงบ พระอาทิตย์ใกล้ตก ไม่มีลมแรง จะเกิดภาพเงาสะท้อนที่แสนโรแมนติก เหมาะแก่การถ่ายภาพสวย ๆ เป็นที่สุด บริเวณนี้ยังร้านอาหาร ร้านขนม คาเฟ่อีกหลายร้านให้นั่งทานของอร่อยชมวิวพระอาทิตย์และชายหาดได้อีกด้วย

ข้อมูล Chichibugahama Beach

4. Teshima Art Museum

Teshima Art Museum หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะเทชิมะ ตั้งอยู่บนเกาะเทชิมะ มีผลงานชื่อดังคือ “The MATRIX” เป็นผลงานการออกแบบของศิลปิน Rei Naito และสถาปนิก Ryue Nishizawa มีลักษณะเป็นโดมคอนกรีตที่มีช่องวงกลมด้านบนให้แสงธรรมชาติส่องลงมา ที่พื้นมีท่อน้ำขนาดเล็กจนแทบมองไม่เห็นที่คอยปล่อยน้ำออกมาเป็นสายเล็ก ๆ ค่อย ๆ ก่อตัวและหายไป เป็นงานศิลปะที่ดูเรียบง่ายแต่ผสานกับธรรมชาติกันอย่างงดงาม มุ่งเน้นที่การทำสมาธิและเชื่อมต่อกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง สังเกตการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ สัมผัสสายลม เสียง และแสงสว่าง สถานที่ที่สงบเงียบแห่งนี้จะช่วยฟื้นฟูจิตใจและร่างกายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่เก๋ ๆ ทำให้ที่นี่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ในส่วนของพิพิธภัณฑ์จะมีค่าเข้าชม 2,000 เยน

ข้อมูล Teshima Art Museum

5. Zenigata Sunae

Zenigata Sunae หรือศิลปะทรายเซนิกาตะ อยู่ภายในสวนโคโตฮิกิซึ่งเป็นสวนขนาดใหญ่ เมื่อขึ้นไปบนจุดชมวิวจะสามารถมองเห็นศิลปะทรายขนาดใหญ่ที่วาดบนหาดอาริอาเกะ เป็นรูปเหรียญคันเอะทสึโฮะซึ่งเป็นเหรียญเงินจากสมัยเอโดะ ในเวลากลางคืนจะมีการประดับไฟ ทำให้บรรยากาศยิ่งดูลึกลับ แม้จะโดนลมฝนหรือพายุก็จะมีการดูแลรักษาให้คงความสวยงามอยู่เสมอ เชื่อกันว่าหากได้เห็นเหรียญนี้จะนำมาซึ่งความโชคดี ความมั่งคั่งร่ำรวย มีเงินเหลือใช้ไม่ขาดมือ

ข้อมูล Zenigata Sunae

6. Ritsurin Garden

สวนสไตล์ญี่ปุ่น Ritsurin Garden

Ritsurin Garden หรือสวนริตสึริน ในอดีตใช้เป็นสถานที่พักผ่อนส่วนตัวของเหล่าขุนนาง ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสวนสวยที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และมีขนาดใหญ่กว่าโตเกียวโดมถึงสามเท่า โดยมีเขาชิอุนเป็นฉากหลัง ภายในสวนประกอบด้วยบ่อน้ำ 6 แห่ง เนินเขาจำลอง 13 ลูก ต้นสนกว่า 1,000 ต้น และเส้นทางเดินชมวิวอันซับซ้อนซึ่งออกแบบมาให้สามารถชมทิวทัศน์ได้หลายแบบ มีกิจกรรมทั้งการดื่มชาในศาลาชงชาสไตล์ดั้งเดิม เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านซานุกิ นั่งเรือในบ่อน้ำ ถ่ายรูปกับสะพานแดง เพลิดเพลินกับความสง่างามและบรรยากาศแบบญี่ปุ่นโบราณได้ตลอดทั้งปี ผู้ใหญ่มีค่าเข้าชม 500 เยน เด็ก 170 เยน

ข้อมูล Ritsurin Garden

7. Snow Park Umpenji

Snow Park Umpenji หรือลานสกีอุนเปนจิ ตั้งอยู่บนยอดเขา สามารถขึ้นไปถึงได้ด้วยกระเช้าลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่เห็นวิวได้ 360 องศา จากสถานีกระเช้าด้านบนเดินไปที่ลานสกีไม่ไกล จะพบกับจุดชมวิวบนยอดเขาที่สวยงามตระการตาของท้องฟ้าและท้องทะเล สามารถมองเห็นที่ราบซานุกิ สะพานเซโตะ มีคาเฟ่กลางแจ้งที่สามารถเพลิดเพลินกับกาแฟสดใหม่และขนมอร่อย ๆ ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายกับสายลมเย็น ๆ มีมุมถ่ายรูปชิงช้าสวย ๆ ยอดฮิตในโซเชียลราวกับกำลังลอยอยู่บนฟ้า ในฤดูหนาวที่นี่จะเป็นลานสกีที่มีกิจกรรมหิมะให้เล่นมากมาย และบนยอดเขานี้ยังมีวัดอุนเปนจิที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,200 ปี บริเวณโดยรอบมีรูปปั้นหินในท่าทางต่าง ๆ กว่า 500 ชิ้น ราคาขึ้นกระเช้าอยู่ที่ 2,200 เยน เด็ก 1,100-1,650 เยน

ข้อมูล Snow Park Umpenji

8. Kotohiragu

ศาลเจ้าโคโตฮิระกูเป็นศาลเจ้าเก่าแก่มีประวัติยาวนานกว่า 3,000 ปี รู้จักกันในชื่อ “ซานุกิโนะคอมปิระซัง” ศาลเจ้าแห่งนี้สักการะเทพโอโมโนนุชิโนะมิโคโตะ เทพเจ้าแห่งท้องทะเลมาอย่างยาวนาน เป็นที่เคารพบูชาของชาวเรือและการเดินเรือ และยังเป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามแห่งหนึ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ไฮไลต์คือการเดินขึ้นบันไดหิน 785 ขั้นไปยังศาลเจ้าหลัก และบันได 1,368 ขั้นไปยังศาลเจ้าชั้นในซึ่งระหว่างก็สามารถเพลิดเพลินกับการเดินชมร้านค้าต่าง ๆ ที่เรียงรายอยู่ตามทางเข้า ด้านบนจะพบกับวิวเมืองอันงดงามที่คุ้มค่าแก่การมาเยือนอย่างแน่นอน

ข้อมูล Kotohiragu

AsmarCat

นักเขียนทาสแมวที่คอสเพลย์เป็นงานอดิเรก ชื่นชอบ Pop Culture ของญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ดูเมะ ฟังเพลง และ Cafe Hopping มามองญี่ปุ่นในมุมใหม่ ๆ ไปด้วยกันนะคะ

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า