คาเฟ่ในโตเกียว

ร้านกาแฟหรือคาเฟ่ในโตเกียวเรียกได้ว่ามีเยอะจนแทบนับไม่ถ้วน แต่สำหรับสายชิลที่มีเวลาว่างช่วงตั้งแต่เย็น ๆ หลังเลิกงานหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือตอนไปเที่ยวโตเกียวแล้วอยากหาร้านนั่งพัก จิบกาแฟหรือเครื่องดื่มเย็น ๆ นั่งคุยกับเพื่อนหรือนั่งชิลพักใจคนเดียว บางทีอาจจะหาร้านยากสักหน่อย เพราะร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่ไม่ใช่บาร์มักจะปิดค่อนข้างเร็ว ในบทความนี้เราขอมาแนะนำคาเฟ่ 5 ร้านในโตเกียวที่ปิดค่อนข้างดึก เอาใจสายฮอปปิ้งช่วงเย็น-กลางคืนที่ไม่มีเวลาช่วงกลางวัน ลองเก็บร้านเหล่านี้ไว้ในลิสต์กันนะคะ

1. ARC – アーチ

ร้าน ARC – アーチ เป็นคาเฟ่ที่รีโนเวทจากโรงพิมพ์เก่าตรงข้ามศาลเจ้าโทริโกเอะ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และเพดานแบบโค้ง ๆ มีแสงไฟสลัว ๆ จากโคมไฟสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย แถมเปิดเพลงแจ๊ซคลอเบา ๆ เหมาะกับการนั่งชิลมาก นอกจากที่นี่จะมีกาแฟที่รสชาติดีแล้ว ขนมอย่าง “ชีสทาร์ต” ก็เป็นเมนูยอดนิยม ชีสทาร์ตฐานกรุบกรอบ เพิ่มความอร่อยด้วยรสเปรี้ยวและหวานของครีมชีสและคัสตาร์ดครีม ถ้ามาแล้วต้องห้ามพลาดโดยเด็ดขาด

ARC – アーチ

2. KISSA 092 – キッサ 092

KISSA 092 เป็นคาเฟ่ที่มีกิมมิคโดดเด่นด้วย “สีเทา” ทั้งจากสีกำแพง ผนัง หรือพวกเฟอร์นิเจอร์ในร้านที่ดูชิค ๆ แต่ผสมผสานความย้อนยุคด้วยธีมอาหารและเครื่องดื่มแบบพวกคาเฟ่คิสสะเต็น (คาเฟ่ญี่ปุ่นย้อนยุค) เมนูยอดนิยมของทางร้านเป็น “ไวต์พุดดิ้ง” และ “ครีมโซดา” สูตรโฮมเมด เจ้าของร้าน KISSA 092 ฝึกฝนการชงและการคั่วกาแฟจากร้านกาแฟและโรงคั่วกาแฟชื่อดังมาก่อน กาแฟของที่นี่จึงเป็นกาแฟสูตรพิเศษที่เจ้าของร้านคั่วเองชื่อ “Au Lait Glacé – オレグラッセ” ที่ชงด้วยเมล็ดกาแฟคั่วเข้มจากประเทศลาว รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม นอกจากกาแฟกับของว่างแบบคิสสะเต็นแล้ว ร้าน KISSA 092 ยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้บริการอีกด้วย

KISSA 092 – キッサ 092

3. Friend in Hand – フレンドインハンド

เพียงเดินสองนาทีจากสถานีโอโมเตะซันโดะ แล้วเดินตามป้ายเล็ก ๆ ไปยังชั้นบนสุดของอาคาร Kfi Building ก็จะพบกับร้านเก๋ ๆ อย่าง Friend in Hand – フレンドインハンド รูฟท็อปบาร์และคาเฟ่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ประเทศแถบยุโรป บรรยากาศโปร่งโล่งสบาย เหมือนได้ขึ้นไปพักหายใจสูดอากาศดี ๆ จนลืมไปเลยว่ากำลังอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีคนพลุกพล่านอย่างโตเกียว เจ้าของร้านเคยใช้ชีวิตอยู่ที่ออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร ชอบไปเที่ยวผับต่าง ๆ ทั่วโลก พอเปิดร้านนี้เลยนำความชอบมาผสมผสานกับสิ่งต่าง ๆ ในร้าน เมนูเด็ดของทางร้านจึงเป็นอาหารที่ค่อนข้างอินเตอร์อย่างพวกของว่างเรียกน้ำย่อย “แมคแอนด์ชีส” แสนอร่อยที่หอมกลิ่นเชดดาร์ชีส แซนด์วิชสูตรพิเศษของทางร้าน และกาแฟชงจากเมล็ดกาแฟของ Raw Sugar Roast โรงคั่วกาแฟในเกียวโต มีเมนูค็อกเทลที่ให้บริการตั้งแต่ 16.00 น. เป็นต้นไป และมีเบียร์และไวน์พร้อมเสิร์ฟตลอดทั้งวัน

Friend in Hand – フレンドインハンド

4. Kissa Yohaku – 喫茶 余白

ใครที่ไม่ชอบคาเฟ่ที่วุ่นวาย แต่อยากหาพื้นที่สงบ ๆ นั่งอ่านหนังสือหรือทานของว่างเพื่อฮีลใจ ต้องลองแวะมาที่ร้าน Kissa Yohaku – 喫茶 余白 บนชั้น 2 ของอาคารร้าน Sha la la sha ร้านขนมโคฮาคุโตะ (ขนมญี่ปุ่นทำจากน้ำตาลในรูปแบบน่ารัก ๆ) ร้าน Kissa Yohaku เป็นคาเฟ่ในบ้านญี่ปุ่นเก่าที่นำมารีโนเวทใหม่ ตกแต่งด้วยของเก่าและเฟอร์นิเจอร์แบบย้อนยุค เมนูต่าง ๆ ในร้านก็จะมีการนำขนมจากร้าน Sha la la sha มาใส่ด้วย (เป็นร้านพี่น้องกัน) เพิ่มความน่ารักมากขึ้นไปอีก ถ้ามาร้าน Kissa Yohaku แล้วอย่าลืมลอง “วาราบิโมจิสด – Nama Warabi Mochi” หรือพวกน้ำโซดาต่าง ๆ ที่ใส่ขนมโคฮาคุโตะลงไปด้วย (เครื่องดื่มทุกเมนูที่ร้านราคา 700 เยน แต่ถ้าสั่งแต่เครื่องดื่มอย่างเดียวไม่มีเมนูอื่น ๆ ด้วย ทางร้านจะมีค่าชาร์จโต๊ะนั่ง โต๊ะละ 300 เยน)

ด้วยความที่ทางร้าน Kissa Yohaku มีธีมที่ต้องการให้ทางร้านเป็นพื้นที่สงบ ๆ ภายในร้านจึงมีกฏหลายข้อที่อยากขอความร่วมมือจากคุณลูกค้าด้วย เช่น งดการใช้เสียง งดการพูดคุย หรืองดการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อต้องการให้เป็นพื้นที่พักใจของทุกคนได้ทุกเวลา ไม่รบกวนคนอื่นในร้าน

Kissa Yohaku – 喫茶 余白

5. The Room – ザ ルーム

ร้าน The Room – ザ ルーム เป็นคาเฟ่และบาร์ชิชาอยู่ในชั้นใต้ดินของอาคารเก่าแก่ ที่นั่งทั้งหมดในร้านจะเป็นแบบกึ่งส่วนตัว กั้นด้วยผ้าม่านสีน้ำเงินเข้ม นั่งได้ 1-2 ที่นั่ง คนเลยนิยมมาเดทกันที่นี่ แต่ก็มีห้องแบบนั่งได้มากถึง 5 ที่นั่งด้วย ขนมของหวานและเครื่องดื่มต่าง ๆ ของทางร้านได้รับแรงบันดาลใจจากร้านคาเฟ่คิสสะเต็น เมนูขึ้นชื่อของทางร้านจึงเป็น “พุดดิ้งจุนคิสสะ – 純喫茶プリン” พุดดิ้งเนื้อแน่นสูตรย้อนยุคที่เมื่อทานแล้วจะได้เหมือนรำลึกความหลัง มีชิชามากถึง 100 กลิ่น รวมถึงชิชาแบบไม่มีนิโคตินประมาณ 20 กลิ่น อย่างกลิ่นชานมและหอมหมื่นลี้ที่ตอนนี้สาว ๆ ญี่ปุ่นสายชิชากำลังฮิตกันมาก (เครื่องดื่มของทางร้านเริ่มต้นที่ 650 เยน ส่วนชิชาเริ่มต้นที่ 3,400 เยน)

ช่วงพีคของที่ร้านจะเป็นช่วง 20.00 น. – 23.00 น. จึงขอแนะนำให้จองล่วงหน้าก่อนใช้บริการ และผู้มาใช้บริการต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น

The Room – ザ ルーム

ใครที่อยู่โตเกียวแล้วว่างในช่วงเย็น ๆ ถึงค่ำ ๆ อยากหาร้านนั่งชิลแบบแค่คาเฟ่ก็พอ ไม่ต้องเป็นพวกร้านอาหาร ลองดูที่แนะนำกันในบทความนี้ได้เลยนะคะ เลือกร้านที่ชอบแล้วไปจอยกันได้เลยในทริปโตเกียวรอบต่อไปค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก timeout

Onzesri

ออนซ์ศรี รักแมวและเหล่าคาแรกเตอร์น่ารัก ๆ ของญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ
พอ ๆ กับชอบความขยันของญี่ปุ่นที่ออกของใหม่ ๆ มาให้อัปเดตตลอด

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า