แอปเปิล เป็นผลไม้ที่ออกผลผลิตในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและมีจำหน่ายในญี่ปุ่นตลอดทั้งปี แอปเปิลในญี่ปุ่นมีหลากหลายสายพันธุ์ที่มีรสชาติอร่อยแตกต่างกันไป ด้วยมีราคาถูกคนญี่ปุ่นนิยมรับประทานผลไม้ชนิดนี้ในชีวิตประจำวัน มารู้คุณค่าสารอาหารที่ดีต่อร่างกายของแอปเปิ้ล และเวลาไหนที่ควรรับประทานผลไม้ชนิดนี้เพื่อให้ประโยชน์แก่ร่างกายสูงสุดตามคำแนะนำของนักกำหนดอาหารชาวญี่ปุ่นกัน
คุณค่าสารอาหารที่มีมากในแอปเปิล
1. เพคติน
แอปเปิลอุดมไปด้วยเพคติน (Pectin) ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ เส้นอาหารชนิดนี้ช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ ส่งผลให้สิ่งแวดล้อมในลำไส้ดีและช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี นอกจากนี้ เพคตินยังช่วยยับยั้งการดูดซึมของน้ำตาลในเลือด จึงช่วยป้องกันการพุ่งขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารได้
2. โพแทสเซียม
โพแทสเซียมที่มีมากในแอปเปิลช่วยขับเกลือส่วนเกินออกจากร่างกาย และช่วยป้องกันการบวมน้ำของร่างกายและความดันโลหิตสูงได้
3. โพลีฟีนอล
ส่วนเปลือกของแอปเปิลอุดมไปด้วยโพลีฟีนอล ได้แก่ โปรแอนโทไซยานิดิน (Proanthocyanidin) และแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้สุขภาพตาดีและชะลอความเสี่ยงของการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมและโรคต้อกระจก รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดและสามารถปรับปรุงการทำงานของหัวใจให้ดีขึ้นได้
4. กรดอินทรีย์
กรดอินทรีย์ เช่น กรดมาลิก (Malic acid) และกรดซิตริก (Citric acid) มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้ดีและช่วยในการฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกายและการทำงานได้ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้มีความอยากอาหารด้วย

เวลาที่ดีในการรับประทานแอปเปิล

การรับประทานแอปเปิลในตอนเช้าจะช่วยเติมพลังงานให้แก่ร่างกาย
เนื่องจากแอปเปิลมีน้ำตาลฟรุกโตสสูง น้ำตาลชนิดนี้จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายช้ากว่ากลูโคสจึงทำให้ร่างกายรับพลังงานอย่างต่อเนื่องและช่วยให้เริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างมีพลัง นอกจากนี้ เพคติน ซึ่งเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมในลำไส้และทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น
การรับประทานแอปเปิลตอนเย็นก่อนเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก็มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ควรระวังไม่รับประทานในปริมาณมากเกินไปในตอนกลางคืน เนื่องจากแอปเปิลมีน้ำตาลสูง ตอนกลางคืนร่างกายคนเราแทบไม่ใช้พลังงานเลย หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้น้ำตาลส่วนเกินถูกเปลี่ยนเป็นไขมันและทำให้อ้วนได้
หากอยู่ในช่วงที่กำลังลดน้ำหนัก การรับประทานแอปเปิลในปริมาณที่เหมาะสมก่อนมื้ออาหารจะช่วยป้องกันไม่ให้รับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไป นอกจากนี้ การรับประทานแอปเปิลเป็นของว่างก็ช่วยให้อิ่มท้องนานและลดการรับประทานของกินเล่นที่มีปริมาณพลังงานสูงได้
ปริมาณแอปเปิลที่ควรรับประทานในหนึ่งวัน

กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่นแนะนำให้รับประทานผลไม้ได้วันละประมาณ 200 กรัม แอปเปิลหนึ่งผล (ประมาณ 250 กรัม คิดเป็นสัดส่วนของเสีย 15% เหลือส่วนที่รับประทานได้ 212 กรัม) ให้พลังงาน 112 กิโลแคลอรี ซึ่งเราสามารถรับประทานแอปเปิลได้วันละ 1/2- 1 ผล อย่างไรก็ตาม แอปเปิลมีปริมาณคาร์โบไฮเดรต เช่น ฟรุกโตส กลูโคส และซูโครสสูง สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องระดับน้ำตาลในเลือดก็ควรระวังไม่รับประทานให้มากเกินไป
ผลไม้ทุกอย่างมีประโยชน์ต่อร่างกายแต่ต้องไม่รับประทานในปริมาณที่มากเกินไปและไม่รับประทานในเวลากลางคืน แอปเปิลได้ชื่อว่าเป็นผลไม้ที่หากรับประทานทุกวันแล้วจะช่วยให้ห่างหายจากการป่วยไข้ได้ มาใช้แอปเปิลในปริมาณที่เหมาะสมเป็นตัวช่วยในการดูแลสุขภาพของเราร่วมกับการรับประทานอาหารที่คุณค่าสารอาหารครบถ้วนอื่น ๆ กันค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp, hint-pot.jp