สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานการควบคุมน้ำตาลในเลือดเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะว่าสามารถลดหรือชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนของหลอดเลือดแดงเล็กที่ทำให้เกิดโรคจอตาผิดปกติจากเบาหวาน โรคไตจากเบาหวาน โรคของระบบประสาทจากเบาหวาน รวมถึงสามารถลดการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายของผู้ป่วยเบาหวานได้ มารู้เคล็ดลับการคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานและบุคคลทั่วไปจากผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานชาวญี่ปุ่นกันค่ะ
1. รับประทานอาหารที่สมดุลและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน
การรับประทานครบห้าหมู่ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน ไม่เพียงแต่ช่วยทำให้โรคเบาหวานดีขึ้น แต่ยังทำให้โรคที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น ภาวะไขมันในเลือดสูง (เช่น คอเลสเตอรอลสูง เป็นต้น) และความดันโลหิตสูงดีขึ้นด้วย

2. รับประทานอาหารให้อิ่มเพียง 80%
การตั้งเป้าหมายรับประทานอาหารให้รู้สึกอิ่มเพียง 80% จะช่วยควบคุมปริมาณอาหารที่รับประทานเข้าไปได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ด้วย วิธีการอย่างง่ายในการรับประทานอาหารให้รู้สึกอิ่มเพียง 80% คือ ดื่มน้ำหนึ่งแก้วก่อนอาหาร รับประทานผักก่อนอาหารจานหลัก และเพิ่มเมนูน้ำซุปเข้าไปให้มื้ออาหาร
3. เพิ่มความหลากหลายของอาหารที่รับประทานเข้าไป

การเพิ่มความหลากหลายของอาหารที่รับประทานเข้าไปจะช่วยป้องกันการขาดสารอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ร่างกายรับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายได้อย่างครบถ้วนสมดุล ตัวอย่างอาหารที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับเมนูอาหาร ได้แก่ เต้าหู้และเมนูผักเครื่องเคียง เป็นต้น
4. รับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงให้มากขึ้น
อาหารที่มีใยอาหารสูงช่วยป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหลังรับประทานและลดภาระของตับอ่อนในการทำหน้าที่ผลิตอินซูลินที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ เส้นใยอาหารยังช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมในลำไส้ให้ดีช่วยป้องกันและบรรเทาอาการท้องผูกด้วย ตัวอย่างอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงได้แก่ ผักต่าง ๆ เห็ด และสาหร่าย เป็นต้น

5. รับประทานอาหารให้ครบวันละ 3 มื้อ (หรือจำนวนมื้อที่เหมาะสมกับตนเอง)
การรับประทานอาหารครบ 3 มื้อต่อวันสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรับประทานอาหารเช้าที่อิ่มท้องสามารถช่วยป้องกันไม่ให้รับประทานอาหารในมื้อถัดไปที่มากเกินไป ช่วยป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหลังการรับประทานอาหาร ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ และลดภาระของตับอ่อนจากการต้องสร้างอินซูลินในปริมาณที่มากเกินไป

6. รับประทานอาหารโดยเคี้ยวให้ละเอียด
การรับประทานอาหารเร็วเกินไปหรือเคี้ยวไม่ละเอียดจะทำให้รู้สึกอิ่มช้า ส่งผลให้รับประทานอาหารมากขึ้นและร่างกายดูดซึมสารอาหารได้เร็วขึ้น ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว การรับประทานอาหารอย่างช้า ๆ และเคี้ยวอย่างละเอียดจะช่วยลดภาระของระบบย่อยอาหารและทำให้อิ่มอย่างพึงใจแม้รับประทานในปริมาณที่น้อยกว่าเดิม โดยเป้าหมายที่ดีของการเคี้ยวคือคำละ 30 ครั้ง
7. รับประทานอาหารหลักในปริมาณที่คงที่
คาร์โบไฮเดรตในอาหารหลัก เช่น ข้าวและขนมปัง เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว การคงปริมาณอาหารหลักให้คงที่ในทุกมื้ออาหาร เช่น รับประทานในแต่ละมื้อในปริมาณเท่ากำมือ จะเป็นวิธีที่ดีในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดนอกจากนี้ การรับประทานข้าวกล้องหรือขนมปังโฮลวีตแทนข้าวขาวหรือขนมปังจากแป้งขัดขาวก็มีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้

อาการของโรคเบาหวานสามารถดีขึ้นได้หากเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกิน แทนการรับประทานอาหารตามใจปากหรืออดอาหารเพราะกลัวระดับน้ำตาลในเลือดสูง ก็ให้ใช้เคล็ดลับการรับประทานอาหารดังกล่าวในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยลดการพัฒนาความรุนแรงของโรคเบาหวานกันค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: tounyoubyouka.amagadai-fc.com