โทโคโระเต็น (ところてん) เป็นวุ้นเยลลี่ใสมีลักษณะเป็นเส้นแบนยาวทำมาจากสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่ง วุ้นชนิดนี้มีจำหน่ายมากในช่วงหน้าร้อน โดยมีวิธีนำมารับประทานต่างกันในแต่ละพื้นที่ของญี่ปุ่น มารู้ความเป็นมาของ คุณค่าสารอาหาร และความแตกต่างของการรับประทานในพื้นที่คันโตและคันไซกันค่ะ
อาหารว่างดับร้อนที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ

โทโคโระเต็น นั้นเป็นอาหารว่างที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยชื่อนี้ได้มาจากขั้นตอนการตัดวุ้นโดยใช้ “ที่ตัดวุ้น” กล่าวกันว่าในสมัยเอโดะนั้นมีแผงขายวุ้นนี่เรียงรายอยู่ตามท้องถนนมากมาย และคนญี่ปุ่นในสมัยนั้นก็นิยมนำวุ้นชนิดนี้มาเป็นอาหารว่างค่ะ ปัจจุบันวุ้นนี้มีจำหน่ายอยู่ในซูเปอร์มาร์เกตทั่วไปตลอดทั้งปี แต่ในหน้าร้อนจะเป็นช่วงที่คนญี่ปุ่นนิยมนำวุ้นชนิดนี้มารับประทานคลายร้อนกันนั่นเอง!
คุณค่าสารอาหารมากมายกว่าที่คิด!
วุ้นชนิดนี้ทำจากสาหร่ายทะเลที่เรียกว่า เท็งกุสะ (てんぐさ, Tengusa) ซึ่งอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและไอโอดีน โดยมีเส้นใยอาหารสองประเภท ได้แก่ เส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ และเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำซึ่งช่วยให้สภาพแวดล้อมในลำไส้ดี

นอกจากนี้ ยังเป็นอาหารที่มี ปริมาณแคลอรี่ต่ำมาก โดยในปริมาณ 50 กรัมจะให้พลังงานเพียง 1 กิโลแคลอรี การรับประทานวุ้นชนิดนี้ก่อนอาหารจะช่วยให้อิ่มท้องและป้องกันไม่ให้รับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไป จึงเหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมและลดน้ำหนัก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีเส้นใยอาหารในปริมาณที่สูง การรับประทานมากเกินไปก็อาจทำให้ลำไส้ระคายเคืองและทำให้เกิดอาการท้องเสียได้
ชาวคันไซกับชาวคันโตมีวิธีรับประทานแตกต่างกัน?
ชาวคันไซนั้นรับประทานวุ้นชนิดนี้เป็นของว่างและของหวานโดยรับประทานร่วมกับ “น้ำเชื่อมคุโรมิตสึหรือน้ำผึ้ง” ในขณะที่ชาวคันโตจะรับประทานเป็นเครื่องเคียงร่วมกับ “น้ำราด” ที่มีส่วนผสมของน้ำส้มสายชูหมักหรือมิโซะที่มีส่วนผสมของน้ำส้มสายชูหมักและเติมมัสตาร์ดลงไปเล็กน้อย
นอกจากนี้ คนญี่ปุ่นยังนิยมนำมารับประทานคู่กับผักหลายชนิด เช่น แตงกวา มะเขือเทศ และต้นหอม เป็นต้น เพื่อเพิ่มคุณค่าสารอาหารที่ไม่มีในวุ้นให้แก่ร่างกาย


หากมาเยือนญี่ปุ่นในช่วงหน้าร้อน ลองมองหาเจ้าวุ้นนี่มารับประทานคลายร้อนดูค่ะ อย่างไรก็ตาม ในแถบคันโตน้ำราดวุ้นเป็นส่วนผสมของน้ำส้มสายชูหมัก อาจไม่ถูกปากผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการรับประทานน้ำส้มสายชูหมักนัก ก็อาจปรับเปลี่ยนมาใช้ซอสพอนสึแทนแล้วเติมสาหร่ายโนริลงไปเล็กน้อยก็ได้ค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: news.yahoo.co.jp