กิมจิเป็นหนึ่งในอาหารหมักดองที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานเพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีของลำไส้ อีกทั้งในปัจจุบันกิมจิได้กลายเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดีด้วย มารู้กันว่าทำไมกิมจิจึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการลดความอ้วน และวิธีการรับประทานเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักตามคำแนะนำของนักกำหนดอาหารชาวญี่ปุ่นกันค่ะ

ทำไมกิมจิเป็นตัวช่วยที่ดีในการลดความอ้วน

กิมจิเป็นอาหารหมักดองที่อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่ดีต่อร่างกายดังนี้

กิมจิ

1.แลคติกแอซิดแบคทีเรีย

ที่มีแหล่งมาจากพืช แบคทีเรียชนิดนี้ช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้รวมถึงแบคทีเรียช่วยผอม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลิตกรดไขมันสายสั้นออกมายับยั้งการดูดซึมไขมันที่รับประทานเข้าสู่ร่างกาย และช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย นอกจากนี้ แลคติกแอซิดแบคทีเรียยังช่วยยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียชนิดไม่ดี ส่งผลให้สิ่งแวดล้อมในลำไส้ดี ช่วยให้การขับถ่ายดีและเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกัน

2. สารแคปไซซิน (Capsaicin)

จากพริกมีคุณสมบัติในการเสริมให้การไหลเวียนเลือดดีและเพิ่มอุณหภูมิของร่างกาย ส่งผลในการช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น

3. เส้นใยอาหาร

ผักกาดขาวและหัวไชเท้าที่เป็นส่วนผสมของกิมจิอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ เส้นใยชนิดไม่ละลายน้ำจะช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระซึ่งช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ส่วนเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำจะเป็นอาหารของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้และช่วยให้สภาพแวดล้อมในลำไส้ดี

วิธีการรับประทานกิมจิเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนัก

1. รับประทานในเวลาที่เหมาะสม

การรับประทานกิมจิในมื้ออาหารเย็นก่อนนอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงจะเป็นเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับเวลาที่ลำไส้ของคนเราเคลื่อนที่ทำงานได้ดีในตอนกลางคืน ซึ่งจะทำให้ร่างกายนำแลคติกแอซิดแบคทีเรียจากกิมจิไปเสริมการทำงานของลำไส้ให้ดีขึ้น

2. รับประทานโดยไม่ต้องปรุงให้สุก

การรับประทานกิมจิดิบแบบไม่ต้องปรุงสุกด้วยความร้อนจะช่วยให้ร่างกายรับปริมาณแลคติกแบคทีเรียทั้งหมดจากกิมจิ ทั้งนี้กิมจิมีปริมาณเกลือสูงหากรับประทานมากไปก็อาจทำให้เกิดอาการตัวบวมและความดันโลหิตสูงได้ ดังนั้นปริมาณที่พอเหมาะเพื่อให้สภาพแวดล้อมในลำไส้ดีคือ ไม่ควรเกินวันละประมาณ 30-50 กรัม

กิมจิ

รับประทานร่วมกับวัตถุดิบที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการลดน้ำหนัก

1. น้ำมันมะกอกและอะโวคาโด

    กรดโอเลอิกที่มีมากในน้ำมันมะกอกและอะโวคาโดช่วยส่งเสริมการบีบตัวของลำไส้และเพิ่มรสชาติให้กับกิมจิ

    2. ชีส

    จากนมโค 100 เปอร์เซ็นต์มีแลคติกแอซิดแบคทีเรียสูง ซึ่งช่วยเสริมให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้นแบบทวีคูณ

    3. มันยามะอิโมะและกระเจี๊ยบเขียว

    อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำ ช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ และเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีของลำไส้

    กิมจิ

    สำหรับคนที่ไม่ชอบรับประทานโยเกิร์ตซึ่งเป็นอาหารที่คนทั่วไปทราบกันดีว่ามีแลคติกแอซิดแบคทีเรียสูง ก็ให้ลองใช้กิมจิรสชาติอร่อยถูกปากและพึงใจเป็นตัวช่วยในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีของลำไส้และช่วยเพิ่มแบคทีเรียช่วยผอมเพื่อให้น้ำหนักลดไวขึ้นดูค่ะ

    สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp

    ซากุระ เมืองร้อน

    แม่บ้านญี่ปุ่นลูกสองผู้รักการทำอาหาร หลงใหลในความงดงามของดอกไม้และธรรมชาติ และชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพื่อให้แข็งแรงและสวยไปนานๆ ขอฝากเนื้อฝากตัวเพื่อแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ในมุมมองที่หลากหลายให้กับเพื่อนผู้อ่านทุกท่านค่ะ

    ไอคอน PDPA

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

    ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    ยอมรับทั้งหมด
    จัดการความเป็นส่วนตัว
    • คุกกี้ที่จำเป็น
      เปิดใช้งานตลอด

      ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

    บันทึกการตั้งค่า