มะเขือเทศ เป็นหนึ่งในผักที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานด้วยความเชื่อว่าอุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย ช่วยชะลอวัยและทำให้ห่างโรค มารู้คุณค่าสารอาหารที่มีมากในมะเขือเทศแบบที่ไม่เคยรู้มาก่อน และวิธีการรับประทานมะเขือเทศเพื่อให้ร่างกายรับคุณค่าสารอาหารได้มากที่สุดกันค่ะ
คุณค่าสารอาหารที่มีมากในมะเขือเทศ

1. ไลโคปีน
ไลโคปีน (Lycopene) เป็นสารที่ให้สีแดงในมะเขือเทศ สารชนิดนี้มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุของความแก่และโรคที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวัน
2. วิตามินซี
วิตามินซีที่มีมากในมะเขือเทศมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกาย ช่วยให้ผิวพรรณแข็งแรง และเพิ่มความกระจ่างใสของใบหน้าและผิวพรรณ
3. กรดอินทรีย์
รสเปรี้ยวสดชื่นของมะเขือเทศมาจากกรดอินทรีย์ เช่น กรดซิตริกและกรดมาลิก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยกระตุ้นความอยากอาหารและส่งเสริมการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร
4. แร่ธาตุต่าง ๆ
มะเขือเทศอุดมไปซีลีเนียม สังกะสี ทองแดง และแมงกานีส ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของเอนไซม์ที่มีบทบาทสำคัญในการต้านอนุมูลอิสระภายในร่างกาย อีกทั้งยังอุดมไปด้วยโพแทสเซียมซึ่งมีผลในการป้องกันและบรรเทาความดันโลหิตสูง
5. สารประกอบที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการค้นพบสารประกอบสุขภาพใหม่ ๆ ในมะเขือเทศ เช่น เอสคิวลีโอไซด์ เอ (Esculeoside A) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าไลโคปีน ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของภาวะหมดประจำเดือน ป้องกันโรคภูมิแพ้ โรคกระดูกพรุน โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ เป็นต้นซึ่ง และสาร 13-Oxo-9, 11-Octadecadienoic acid (13-Oxo-ODA) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยรักษาระบบเผาผลาญไขมันที่ผิดปกติในหนูให้ดีขึ้นและคาดว่าอาจมีผลในการช่วยลดน้ำหนักในมนุษย์
วิธีรับประทานมะเขือเทศเพื่อเพิ่มคุณค่าสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย

สารไลโคปีนในมะเขือเทศมีมากที่บริเวณเปลือก ส่วนวิตามินซี กรดกลูตามิก และกรดซิตริกมีอยู่ในบริเวณสารคล้ายวุ้นที่อยู่ภายในเมล็ดของมะเขือเทศมากกว่าบริเวณอื่น การรับประทานมะเขือเทศทั้งลูกโดยไม่ต้องปอกเปลือกและเอามะเล็ดออกจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์จากมะเขือเทศได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้จากศาสตร์การรับประทานอาหารให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) ของร่างกาย พบว่าร่างกายคนเราจะดูดซึมไลโคปีนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อรับประทานมะเขือเทศในตอนเช้า นอกจากนี้ อัตราการดูดซึมของไลโคปีนเข้าสู่ร่างกายจะเพิ่มขึ้นเมื่อรับประทานมะเขือเทศร่วมกับน้ำมันในรูปผัดหรือกับน้ำสลัดที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ยิ่งไปกว่านั้น การนำมะเขือเทศมาปรุงอาหารร่วมกับปลาและอาหารทะเล กรดซิตริกและกรดมาลิกที่มีมากในมะเขือเทศจะช่วยเพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุจากปลาและอาหารทะเลเข้าสู่ร่างกายและช่วยขจัดกลิ่นคาวปลาของปลาด้วย
อาหารที่รับประทานร่วมกับมะเขือเทศแล้วจะช่วยเพิ่มพลังต้านอนุมูลอิสระให้แก่ร่างกาย
1. กระเทียม
สารไดอัลลิลไดซัลไฟด์ (Diallyl Disulfide) ที่มีในมากกระเทียมจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ง่ายขึ้น โดยมีรายงานว่าร่างกายคนเราจะดูดซึมสารไลโคปีนได้สูงขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อรับประทานมะเขือเทศร่วมกับกระเทียมและน้ำมัน
2. บรอกโคลี
บรอกโคลีอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี และซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง การรับประทานมะเขือเทศร่วมกับบรอกโคลีจะยิ่งช่วยให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระมากขึ้น

3. น้ำมันมะกอก
น้ำมันมะกอกช่วยเพิ่มการดูดซึมเบต้าแคโรทีนและไลโคปีนเข้าสู่ร่างกาย อีกทั้งวิตามินอีในน้ำมันมะกอกยังช่วยเสริมฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระให้ดียิ่งขึ้น
4. ไข่
ไข่อุดมโปรตีนคุณภาพสูงส่วนมะเขือเทศมีปริมาณวิตามินซีสูง การรับประทานโปรตีนและวิตามินซีร่วมกันจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายการสร้างคอลลาเจนได้ดีและช่วยให้ผิวพรรณแข็งแรง

ในญี่ปุ่นและไทยมีมะเขือเทศหลากหลายสายพันธุ์ที่หาซื้อได้ง่ายในราคาถูก หากชอบมะเขือเทศและอยากรับสารต้านอนุมูลอิสระเข้าสู่ร่างกายให้มากที่สุด ลองนำมารับประทานตามวิธีการข้างต้นดูค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: news.mynavi.jp