ไขมันพอกตับ

คนจำนวนมากอาจคิดว่าปัญหาเกี่ยวกับตับนั้นเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือรับประทานยาสมุนไพรบางชนิดอย่างต่อเนื่อง แต่จริง ๆ แล้วในปัจจุบันนี้คนจำนวนมากมีภาวะไขมันพอกตับซึ่งมีสาเหตุจากการรับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไป ตับเป็นอวัยวะที่ทำงานอย่างเงียบ ๆ และหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นเล็กน้อยก็ไม่ส่งสัญญาณใดๆ จนกว่าจะถึงขั้นรุนแรงและต้องการการบำบัดรักษา ดังนั้นการคำนึงถึงอาหารที่ไม่เป็นภาระต่อตับในแต่ละวันจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก มารู้ถึงอันตรายของภาวะไขมันพอกตับและอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อไม่เพิ่มภาระให้แก่ตับกันค่ะ

โรคไขมันพอกตับ (Fatty Liver Disease) คืออะไร

โรคไขมันพอกตับเกิดจากการที่ตับสะสมไขมันส่วนเกินของร่างกายจากการบริโภคอาหารมากเกินไปหรือสาเหตุอื่น ๆ หากตับมีไขมันพอกสะสมไปเรื่อย ๆ ก็อาจทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ ทำให้ตับเกิดความเสียหาย เกิดรอยแผล และหากเป็นรุนแรงขึ้นก็อาจทำให้เกิดภาวะตับแข็ง มะเร็งตับ ตลอดจนทำให้การทำงานของตับล้มเหลวได้

3 อาหารที่ทานเยอะแล้วเสี่ยงไขมันพอกตับ

อาหารที่ส่งผลเสียต่อตับประกอบด้วยอาหารที่มีปริมาณ แคลอรี่ น้ำตาลและไขมันสูง โดยอาหารที่มีแนวโน้มในการทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับหากรับประทานมากและบ่อยเกินไปมีดังนี้

1. ขนมปังหวานและขนมหวานต่าง ๆ

อาหารที่ทานเยอะแล้วเสี่ยงไขมันพอกตับ ขนมหวาน

ขนมปังหวานเป็นอาหารที่หามารับประทานได้ง่าย ปัจจุบันนี้คนจำนวนไม่น้อยรับประทานขนมปังเป็นอาหารหลัก อย่างไรก็ดี ขนมปังหวานและขนมหวานต่างๆ เช่น เค้ก คุกกี้ และชูครีม มีส่วนประกอบของน้ำตาลและแคลอรี่สูง หากรับประทานมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดการสะสมของไขมันที่ตับได้

2. เนื้อสัตว์ติดมัน

อาหารที่ทานเยอะแล้วเสี่ยงไขมันพอกตับ เนื้อสัตว์ติดมัน

เนื้อสัตว์ติดมันมีปริมาณแคลอรี่ที่สูงอีกทั้งยังมีปริมาณไขมันไม่อิ่มตัวสูงด้วย การรับประทานเนื้อสัตว์ติดมันในปริมาณที่มากเกินไปนั้น นอกจากจะทำให้อ้วนแล้วก็ยังส่งผลเสียต่อตับด้วย แม้ว่าจะอร่อยแต่เพื่อสุขภาพตับที่ดีก็ควรลดปริมาณและความถี่ในการรับประทานเนื้อสัตว์ติดมันลง

3. ผลไม้รสหวาน

อาหารที่ทานเยอะแล้วเสี่ยงไขมันพอกตับ ผลไม้รสหวาน

ผลไม้รสหวานอุดมไปด้วยน้ำตาลฟรุกโตส ซึ่งหากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปก็จะเป็นอันตรายต่อตับได้ แม้ว่าจะชอบผลไม้แต่ควรจำกัดรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมวันละไม่เกิน 200 กรัม

2 ทริคการบริโภคอาหารเพื่อรักษาให้ตับทำงานปกติ

1. ไม่รับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไป

การรับประทานอาหารในปริมาณที่มากและขาดความสมดุลของสารอาหารจะสร้างความเครียดให้แก่ตับ โดยควรรักษาค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ไม่ให้สูงเกิน 25 เพราะหากค่าดัชนีมวลกาย (BMI) สูงเกิน 25 หมายความว่าเข้าเกณฑ์อ้วน และอาจมีโอกาสเกิดโรคอ้วนและการสะสมไขมันที่ตับได้ง่าย หากรู้สึกว่ามีน้ำหนักเกินมาตรฐานควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่สูง เช่น อาหารทอด เนื้อสัตว์ ขนมปังและขนมที่มีรสหวาน และเครื่องดื่มที่มีรสหวาน เป็นต้น

2. ตรวจสุขภาพตับประจำปีและปรับการกินตามผลการตรวจ

การตรวจค่าตับประจำปีจะช่วยให้ทราบว่าตับยังคงทำงานได้ตามปกติหรือไม่ โดยหากพบว่ามีค่าตับสูงก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

ทุกอวัยวะในร่างกายล้วนมีความสำคัญ หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพกาย มารักษาสุขภาพตับของเราให้ดีด้วยการลดละอาหารที่ส่งผลเสียต่อตับกันค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: yogajourna

ซากุระ เมืองร้อน

แม่บ้านญี่ปุ่นลูกสองผู้รักการทำอาหาร หลงใหลในความงดงามของดอกไม้และธรรมชาติ และชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพื่อให้แข็งแรงและสวยไปนานๆ ขอฝากเนื้อฝากตัวเพื่อแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ในมุมมองที่หลากหลายให้กับเพื่อนผู้อ่านทุกท่านค่ะ

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า