การเสื่อมสภาพของหลอดเลือดฝอยทำให้เกิดสภาวะที่เรียกว่าหลอดเลือดโกสต์ หรือ Ghost Vessels ซึ่งเป็นภาวะที่หลอดเลือดฝอยเสื่อมสภาพจนไม่มีเลือดไหลเวียนผ่านและทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพมากมาย มารู้สาเหตุและผลเสียของการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดฝอย และการป้องกันการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดฝอยตามคำแนะนำของคุณหมอชาวญี่ปุ่นกันค่ะ
สาเหตุและผลเสียของการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดฝอย
หลอดเลือดฝอยซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย จะค่อย ๆ ลดจำนวนและเสื่อมสภาพลงเนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุที่มากขึ้น การขาดการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่ไม่ครบคุณค่าทางโภชนาการ ความเครียด และการลดลงของฮอร์โมนเพศหญิง โดยพบว่าผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือนมีแนวโน้มที่จะมีการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดฝอยเพิ่มขึ้น เนื่องจากเมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงความยืดหยุ่นของหลอดเลือดฝอยก็จะลดลงด้วย
เมื่อมีการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดฝอยจนทำให้เกิดหลอดเลือดโกสต์เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้การส่งออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ซึ่งอาจนำไปสู่อาการหลงลืมและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมได้ อีกทั้งการไหลเวียนของเลือดที่ไม่ดีอาจทำให้เกิดอาการมือและเท้าเย็น อาการบวม และผิวหนังหยาบกร้านเหี่ยวย่นดูแก่ก่อนวัย นอกจากนี้ ภาวะดังกล่าวยังอาจส่งผลกระทบต่อหัวใจ ไต และกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง กล้ามเนื้อหัวใจตาย และภาวะหลอดเลือดสมองตีบได้

วิธีการป้องกันเสื่อมสภาพของหลอดเลือดฝอยหรือการเกิดหลอดเลือดโกสต์
สารอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดฝอยและส่งเสริมการสร้างหลอดเลือดฝอยขึ้นมาใหม่ โดยมีสารอาหารสำคัญดังต่อไปนี้
1. วิตามินบี (วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และกรดโฟลิก)
วิตามินบีมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมกระบวนการทางเคมีในร่างกายเพื่อสลายกรดอะมิโนชื่อ โฮโมซิสเตอีน (Homocysteine)ไม่ให้สะสมในเลือดมากเกินไป โดยหากร่างกายมีปริมาณกรดอะมิโนดังกล่าวสูงจะส่งผลให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพไว อีกทั้งวิตามินบียังช่วยปกป้องหลอดเลือดและเซลล์ประสาทด้วย ตัวอย่างอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี ได้แก่ เนื้อไก่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ตับ ไข่ ผักใบเขียวและผักสีเหลือง กล้วย และนัตโตะ เป็นต้น
2. กรดไขมันโอเมก้า-3 (DHA และ EPA)
กรดไขมันโอเมก้า-3 มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดการอักเสบของร่างกายที่มีสาเหตุมาจากสารอนุมูลอิสระ ช่วยรักษาความยืดหยุ่นของหลอดเลือด และเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท ตัวอย่างอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ได้แก่ ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน น้ำมันงาม้อน และน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ เป็นต้น
3. วิตามินดี
วิตามินดีมีบทบาทสำคัญในการเสริมการทำงานของระบบประสาทและระบบภูมิคุ้มกัน หากร่างกายขาดวิตามินดี อาจส่งผลให้ความจำ การเรียนรู้ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ลดลงได้ ตัวอย่างอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดี ได้แก่ ปลาแซลมอน เห็ดหอมแห้ง ไข่แดง ปลาเล็กปลาน้อย และเห็ดหูหนู เป็นต้น
4. โพลีฟีนอลและวิตามินอี
โพลีฟีนอลและวิตามินอีมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระทำลายหลอดเลือด ตัวอย่างอาหารที่อุดมไปด้วยโพลีฟีนอลและวิตามินอี ได้แก่ บลูเบอร์รี่ โกโก้ อัลมอนด์ ชาเขียว ฟักทอง และอะโวคาโด เป็นต้น
5. ธาตุเหล็กและสังกะสี
ธาตุเหล็กและสังกะสีเป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญในการขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย การส่งสัญญาณประสาท และการสังเคราะห์ฮอร์โมน ตัวอย่างอาหารที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุดังกล่าว ได้แก่ เนื้อแดง ตับ หอยนางรม ถั่วต่าง ๆ พืชตระกูลถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสี เป็นต้น
นอกจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ การไม่สูบบุหรี่ และการดูแลตัวเองไม่ให้เครียดสะสมก็มีผลในการช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดฝอยเสื่อมสภาพได้

ภาวะความผิดปกติของร่างกายบางอย่างจะไม่ปรากฏให้เห็นชัดเจนจนกว่าการดำเนินของโรคไปถึงขั้นรุนแรง ดังนั้นจึงควรหมั่นสังเกตตัวเองและไปตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งเพื่อป้องกันโรคที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินชีวิตประจำวันและตามวัย ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ มาดูร่างกายเราให้แข็งแรงไปนาน ๆ ตั้งแต่วันนี้กันค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp