สาเก

ตอนที่แล้ว แนะนำเคล็ดลับการเลือกเหล้าสาเกตามพื้นที่และรสชาติกัน ไปแล้ว ในตอนนี้จะขอแนะนำเคล็ดลับการเลือกเหล้าตามแบรนด์และพันธุ์ข้าวครับ

การเลือกเหล้าสาเกตามแบรนด์

เหล้าสาเกหลายแบรนด์ดังและเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่นเป็นผลิตภัณฑ์จากจังหวัดนีกาตะ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. “Hakkaisan” เหล้าสาเกชั้นเลิศแห่งนีงาตะ

“Hakkaisan” (八海山) เป็นมากกว่าเหล้าสาเกของจังหวัดนีกาตะเพราะเรียกได้ว่าเป็น “ตัวแทนแห่งเหล้าสาเกญี่ปุ่น” ที่แม้แต่คนที่ไม่ดื่มเหล้ายังรู้จัก เป็นต้นตำรับของเหล้าสาเกรสชาติ “ตังเรคาราคุจิ” หรือ “เข้มข้นแต่สดชื่น” และรสกลมกล่อมของข้าวที่น่าลิ้มลองสักครั้ง

2. “Kubota” อีกหนึ่งตัวแทนเหล้าสาเกนีงาตะ

เหล้าสาเก “Kubota” (久保田) ที่มีซีรีส์ย่อยต่าง ๆ เช่น Koju (紅寿), Hyakuju (百寿), Senju (千寿) และ Manju (万寿) เป็นเหล้าที่นำเสนอรสชาติเข้มข้นแต่สดชื่นของเหล้าสาเกนีกาตะจนเป็นที่นิยมไปทั่วประเทศเช่นเดียวกับแบรนด์ Hakkaisan ผู้ร่ำสาเกจำนวนมากชื่นชอบกลิ่นหอมหวานและรสชาติอันสดชื่นที่ได้จากการหมักด้วยข้าวล้วน ๆ ที่ผ่านการสีมากกว่า 50% “Junmai Daiginjo” (純米大吟醸) จึงเหมาะจะเป็นของขวัญที่ผู้รับจะต้องปลื้มใจ

3. “Takachiyo” เหล้าสาเกรางวัลเหรียญทอง

เหล้าสาเก “Takachiyo” (高千代) ที่เคยได้รับรางวัลเป็นเกียรติประวัตินี้หมักด้วยวิธีดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เป็นเหล้าที่ผู้นิยมรสชาติแบบคาราคุจิหรือดรายชื่นชอบ มีระดับความดรายสูงถึง +19 และมีมากกว่า 10 ซีรีส์ย่อยให้เลือกจึงน่าจะหากลิ่นรสที่ชื่นชอบได้ไม่ยาก ใครชอบเหล้าสาเกแบบดรายควรลองสักครั้ง

4. “Yoshinogawa” เหล้าสาเกรสคาราคุจิสไตล์นีงาตะ

เหล้าสาเก “Yoshinogawa” (吉乃川) ใช้น้ำอ่อนที่เรียกว่าเท็งกะคันโรเซ็นซึ่งสูบมาจากแหล่งน้ำภายในโรงกลั่น มีรสนุ่มนวลและกลิ่นหอมสดชื่นเป็นเอกลักษณ์จนดื่มได้ไม่มีเบื่อ ลองแช่เย็นใส่น้ำแข็งก็ไม่เลวเลยทีเดียว

5. “Shime Haritsuru” เหล้าสาเกขวัญใจร้านอิซากายะ

ในจังหวัดนีกาตะมีผู้ผลิตเหล้าสาเกรสดีหลากหลายแบรนด์ แต่ถ้าไปนั่งดื่มในร้านอิซากายะละก็ขอแนะนำให้ลองเหล้า “Shime Haritsuru” (〆張鶴) ที่ให้รสเข้มข้นแต่สดชื่นในช่วงท้าย รสชาตินุ่มละมุนเหมาะแม้แต่มือใหม่หัดดื่ม มีร้านอิซากายะบางแห่งจัดชุดเหล้าสาเก 3-5 ประเภทในราคาไม่แพงเกินไปให้ลูกค้าเปรียบเทียบด้วย

6. “Hakkaisan Tokubetsu Honjoso” ร้อนหน่อยอร่อยมาก

เหล้าสาเก “Hakkaisan Tokubetsu Honjoso” (八海山 特別本醸造) ชั้นเลิศที่ปกติดื่มที่อุณหภูมิห้องหรืออุ่นนิด ๆ ก็อร่อยแล้ว แต่ถ้าทำให้ร้อนจะยิ่งได้รสชาติและกลิ่นหอมของข้าวมากขึ้น สาเกร้อนรสดีสำคัญอยู่ที่อุมามิเข้มข้นและค่าความเป็นกรดสูง ดังนั้นถ้าอยากดื่มสาเกร้อนอย่าลืมตรวจสอบฉลาก

การเลือกเหล้าสาเกจากสามแบรนด์หลัก

ถ้าอยากชิมรสชาติเหล้าสาเกให้ครบถ้วนละก็อย่าพลาดสามแบรนด์หลักที่ได้สมญาว่า “สามบ๊วยแห่งเอ็ทสึ” (ทุกแบรนด์มีคำว่า “ไบ” ที่แปลว่าบ๊วย)

1. “Koshinokambai” สัมผัสรสชาติแบบผู้ใหญ่

เหล้า “Koshinokambai” (越乃寒梅) เป็นหนึ่งในเหล้าสาเกมีชื่อเสียงมากที่สุด มีรสเข้มข้นและสดชื่นสไตล์นีงาตะที่ให้สัมผัสรสข้าวเต็มเปี่ยม รสเปรี้ยวที่แฝงในรสชาติกลมกล่อมทำให้เป็นเหล้าสาเกที่ผู้หญิงควรลิ้มลองสักครั้ง ขอแนะนำให้ทำให้อุ่นเล็กน้อยเพื่อดึงกลิ่นหอมและรสอุมามิออกมาแล้วค่อย ๆ ดื่มทีละนิด

2. “Kanchubai” สำหรับผู้ไม่สันทัดรสคาราคุจิ

เหล้าสาเก “Kanchubai” (寒中梅) ผลิตจากข้าวพันธุ์ดี Gohyakumangoku และ Koshiibuki ที่ปลูกในพื้นที่โจเอ็ทสึอันอุดมสมบูรณ์และน้ำบาดาลอ่อนให้รสชาตินุ่มนวลและรสเปรี้ยวละมุนกลมกล่อม ขอแนะนำให้ผู้หญิงและมือใหม่หัดดื่มเหล้าสาเกได้ลองท้าทายความสมดุลอันยอดเยี่ยมของรสข้าว ความเปรี้ยวอ่อน ๆ และความขมของเหล้าแบรนด์นี้ดู

3. “Minenohakubai” รสชาติแบบดั้งเดิม

โรงกลั่นมิเนโนะฮาคุไบไม่ได้ผลิตเหล้าสาเกธรรมดาแต่ผลิตเฉพาะเหล้าระดับพรีเมียมอย่างเหล้าจุมไมชุที่ผลิตจากข้าวล้วนๆ ไม่ผสมแอลกอฮอล์ เหล้าฮอนโจโซที่ผสมแอลกอฮอล์ และเหล้าจุมไมกิงโจที่ใช้ข้าวขัดสีมากกว่า 40% ในการผลิต เหล้า “Minenohakubai” (峰乃白梅) จึงเป็นรสชาติเข้มข้นแต่สดชื่นสไตล์นีงาตะที่มีความสมดุลในทุกด้านและเข้ากันได้ดีกับอาหารทุกประเภท จึงเหมาะสำหรับดื่มระหว่างมื้ออาหารมาก

การเลือกเหล้าสาเกจากพันธุ์ข้าว

พันธุ์ข้าวที่ใช้ในการกลั่นเหล้าสาเกมีความสำคัญมากเพราะเป็นตัวกำหนดรสชาติของเหล้า มีกลุ่มพันธุ์ข้าวที่เรียกว่า ”Shuzo-kotekimai” (酒造好適米) ที่เหมาะสำหรับปลูกเพื่อใช้ผลิตสาเกเท่านั้น โดยข้าวแต่ละพันธุ์จะให้รสชาติแตกต่างกันไป

1. “Yamadanishiki” ข้าวสาเกพันธุ์มาตรฐาน

เหล้าใหม่ ๆ ที่ส่งเข้าประกวดและได้รางวัลมักกลั่นจากข้าวพันธุ์ “Yamadanishiki” (山田錦) ด้วยคุณสมบัติเมล็ดใหญ่และสามารถเข้ากระบวนการขัดสีได้ดีจึงเหมาะสำหรับการผลิตเหล้าชั้นดีอย่างกินโจที่มีกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้น

2. “Gohyakumangoku” ข้าวสาเกยอดนิยมของผู้ลิตสาเกทั่วประเทศ

ข้าวพันธุ์ “Gohyakumangoku” (五百万石) เป็นพันธุ์ข้าวสาเกที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์และเป็นที่นิยมของโรงกลั่นสาเกเพราะใช้ทำโคจิ (ข้าวหัวเชื้อหมักสาเก) ได้ง่ายทำให้ผลิตเหล้าสาเกได้รสชาติคงที่ แม้เมล็ดข้าวจะเปราะและขัดสีได้ยากสักหน่อยแต่เหล้าที่ได้ให้รสชาติคมเข้มและสดชื่นเป็นที่นิยม

3. “Koshitanrei” สุดยอดข้าวสาเก

ข้าวพันธุ์ “Koshitanrei” (越淡麗) ได้รับการปรับปรุงพันธุ์โดยผสานข้อดีของข้าว Yamadanishiki และ Gohyakumangoku เข้าด้วยกัน ทำให้ได้เมล็ดข้าวขนาดใหญ่ที่ขัดสีได้ดีมากจึงสามารถใช้ผลิตเหล้าที่มีอัตราส่วนการขัดสีสูงอย่างไดกินโจได้อย่างมีคุณภาพ เหล้าที่ผลิตจากข้าวพันธุ์นี้มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากเพราะสามารถสัมผัสได้ทั้งรสชาติเข้มข้นจากข้าว Yamadanishiki และความสดชื่นจากข้าว Gohyakumangoku ในเวลาเดียวกัน

พบกับอันดับยี่ห้อเหล้าสาเกจากนีงาตะกันตอนหน้าครับ

สรุปเนื้อหาจาก Goo Ranking
เขียนโดย: TU KeiZai-man

conomin

conomin คือกลุ่มนักเขียนใหม่ของ conomi ที่คอยนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่น เพื่อคนรักญี่ปุ่น จากปลายปากกาคนรักญี่ปุ่นด้วยกัน

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า