กล่าวกันว่าผู้ที่ไม่ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมนั้นมีสมรรถภาพในการรับรู้สำรอง (Cognitive reserve) ที่ดี ซึ่งสมรรถภาพในการรับรู้สำรองนี้เป็นความสามารถของสมองในการคงการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ว่าจะมีการเสื่อมของเซลล์สมองจากอายุที่เพิ่มขึ้นหรือมีความสามารถในการรับมือกับความถดถอยของการทำงานของสมองได้ มารู้ 5 พฤติกรรมที่คุณหมอด้านสมองชาวญี่ปุ่นบอกว่าช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการรับรู้สำรองได้กันค่ะ

พฤติกรรมที่ช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการรับรู้สำรอง

1. เริ่มดูแลความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับปกติตั้งแต่อายุ 40 ปี ขึ้นไป

ความดันโลหิต

ผู้ที่ปล่อยให้ความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลสูงโดยไม่ดูแลควบคุมในช่วงอายุ 40 ถึง 60 ปี จะมีความเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองเสื่อมในวัยชราสูงกว่าผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลปกติมากกว่าสองเท่า ดังนั้นการดูและควบคุมให้ความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลอยู่ในระดับปกติตั้งแต่ช่วงวัยกลางคนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในทำนองเดียวกัน ผู้ป่วยโรคเบาหวานก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อมจากหลอดเลือด (Vascular dementia) สูงกว่าผู้ที่ไม่ป่วยเป็นโรคนี้ประมาณสองเท่า การเริ่มดูแลความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลตั้งแต่วัยกลางคนไม่ว่าจะเป็นการรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์เมื่อความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลสูงเกินระดับปกติหรือการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจะช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมได้

2. รับประทานอาหารที่หลากหลายวันละอย่างน้อย 10 อย่าง

อาหารหลากหลาย

การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าสารอาหารที่ครบถ้วนสมดุลและมีความหลากหลายนั้นส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพสมอง โดยมีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการรับประทานอาหารที่หลากหลายสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับประทานอาหารให้ได้อย่างน้อยวันละ 10 อย่าง ได้แก่ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ไข่ ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง นมและผลิตภัณฑ์จากนม ผักใบเขียวและผักสีเหลือง สาหร่าย มันฝรั่งหรือผักประเภทหัว ผลไม้ และอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมัน เป็นต้น นอกจากนี้ การขาดอัลบูมิน (Albumin) ซึ่งเป็นโปรตีนในเลือดจะนำไปสู่ภาวะทุพโภชนาการและเพิ่มความเสี่ยงในการทำให้สมองทำงานถดถอยลง การรับประทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ปลา และไข่ในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยป้องกันการขาดโปรตีนดังกล่าวได้

3. ป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียการได้ยิน

การสูญเสียการได้ยินถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่ภาวะสมองเสื่อมได้ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่มีการได้ยินปกติแล้ว ผู้ที่มีภาวะสูญเสียการได้ยินระดับปานกลางจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อมสูงถึง 3 เท่า ในขณะที่ผู้ที่มีภาวะสูญเสียการได้ยินระดับรุนแรงจะมีความเสี่ยงสูงกว่าเกือบ 5 เท่า ปัญหาการได้ยินทำให้การสนทนากับบุคคลอื่นกลายเป็นเรื่องยากลำบากและทำให้ไม่ได้ยินเสียงจากโทรทัศน์หรือวิทยุ ซึ่งอาจส่งผลให้บุคคลขาดความสนใจในเหตุการณ์บ้านเมืองหรือข่าวสารต่าง ๆ และทำให้เกิดภาวะแยกตัวจากสังคม จนอาจมีส่วนทำให้การทำงานของสมองและสติปัญญาถดถอยลงได้ หากมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อดำเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสม เช่น การใช้เครื่องช่วยฟัง

4. มีส่วนร่วมกับสังคมอย่างสม่ำเสมอ

การพูดคุยสื่อสารกับผู้อื่นจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองได้เป็นอย่างมากและมีส่วนช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมได้ โดยมีงานวิจัยพบว่าบุคคลที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้านหรือสังคมมีโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อมน้อยกว่าบุคคลที่แยกตัวออกจากสังคม

5. ตั้งเป้าหมายออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

5 พฤติกรรมช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการรับรู้สำรองที่ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม

ข้อมูลระบุว่าผู้ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอมีความเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองเสื่อมน้อยกว่าผู้ที่ไม่ออกกำลังกายเลย การเดินและบริหารร่างกายครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละอย่างน้อย 3 ครั้ง สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ลงได้ถึง 37 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้การออกกำลังกายที่ใช้แรงมากกว่าการเดิน เช่น วิ่งเหยาะ ๆ และว่ายน้ำ เป็นต้น สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคดังกล่าวได้ถึง 66 เปอร์เซ็นต์เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ออกกำลังกายเลย

การเพิ่มสมรรถภาพในการรับรู้สำรองทำให้สามารถรับมือกับความถดถอยของการทำงานของสมองได้ และอาจทำให้ไม่แสดงอาการสมองเสื่อมแม้จะมีรอยโรคในสมองก็ตาม มาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามที่คุณหมอญี่ปุ่นแนะนำเพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อมกันค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: croissant-online.jp

ซากุระ เมืองร้อน

แม่บ้านญี่ปุ่นลูกสองผู้รักการทำอาหาร หลงใหลในความงดงามของดอกไม้และธรรมชาติ และชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพื่อให้แข็งแรงและสวยไปนานๆ ขอฝากเนื้อฝากตัวเพื่อแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ในมุมมองที่หลากหลายให้กับเพื่อนผู้อ่านทุกท่านค่ะ

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า