เมื่อเข้าสู่วัยทองผู้หญิงจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เช่น รู้สึกหงุดหงิดง่ายและรู้สึกกังวลมากขึ้น โดยสาเหตุดังกล่าวมาจากการลดลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตรเจนและภาวะความไม่สมดุลทางโภชนาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดแคลเซียมซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างกระดูกและมีบทบาทสำคัญในการลดความตื่นตัวของระบบประสาทและช่วยรักษาสมดุลของอารมณ์ นอกจากนี้ มวลกระดูกมักลดลงในช่วงวัยทอง การใส่ใจเสริมแคลเซียมในชีวิตประจำวันเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ นักโภชนาการชาวญี่ปุ่นแนะนำให้เสริมแคลเซียมง่าย ๆ ด้วยการเติมส่วนผสมบางอย่างลงไปในซุปมิโซะที่คนญี่ปุ่นนิยมดื่มกันในตอนเช้า มารู้กันว่ามีวัตถุดิบอะไรบ้างที่ช่วยเสริมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายและเพิ่มความอร่อยให้กับซุปมิโซะกันค่ะ
ความสำคัญและประโยชน์ของการดื่มซุปมิโซะในตอนเช้า
ซุปมิโซะอุ่น ๆ ช่วยสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกายจากภายในและช่วยปรับสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งส่งผลในการช่วยบรรเทาอาการหงุดหงิดและความวิตกกังวลได้ นอกจากนี้ ซุปมิโซะยังอุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่ดีต่อร่างกายมากมาย ได้แก่
1. โปรไบโอติกส์ (Probiotics)
ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร เสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกาย ช่วยปรับสภาพแวดล้อมในลำไส้ให้ดี ซึ่งส่งผลในการช่วยลดอาการท้องผูกและอาการท้องเสียจากแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค เป็นต้น
2. สารต้านอนุมูลอิสระ
ได้แก่ กรดฟีโนลิก (Phenolic acid) กรดเฟอรูริก (Ferulic acid) กรดไซรินจิก (Syringic acid) และกรดโคจิก (Kojic acid) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้
3. วิตามิน K2 และซาโปนิน (Saponin)
ซึ่งช่วยลดโอกาสของการเกิดโรคหัวใจและช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
4. แร่ธาตุที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก
ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม และแมงกานีส ซึ่งช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน

ส่วนผสมที่เพิ่มความอร่อยให้แก่ซุปมิโซะและเสริมแคลเซียมให้แก่ร่างกาย
1. ผักโคมัตสึนะ (Komatsuna)
ผักโคมัตสึนะหรือผักกาดกวางตุ้งญี่ปุ่นเป็นผักที่อุดมไปด้วยแคลเซียมที่สามารถนำมาหั่นและต้มกับซุปมิโซะได้อย่างง่ายดาย นอกจากแคลเซียมแล้ว ผักชนิดนี้ยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็กและวิตามินเค ซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับซุปมิโซะได้อย่างยอดเยี่ยม
2. เต้าหู้โมเมน (Momen Tofu)
เต้าหู้เป็นแหล่งสำคัญของแคลเซียมจากถั่วเหลือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเต้าหู้โมเมนที่มีปริมาณแคลเซียมสูงกว่าเต้าหู้นิ่มหรือคินุ (Silken Tofu) อีกทั้งยังมีสารไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง ทำให้เต้าหู้ชนิดนี้เป็นตัวเลือกที่ดีในการลดความไม่สมดุลของฮอร์โมน

3. เต้าหู้อาบุระอาเกะ (Abura-age)
เนื่องจากมีการรีดน้ำออกจากเต้าหู้ในระหว่างกระบวนการผลิต ทำให้เต้าหู้อาบุระอาเกะมีรสชาติอร่อยเข้มข้นและมีปริมาณโปรตีนและแคลเซียมสูง เพียงหั่นเต้าหู้และเติมลงไปในซุปมิโซะก็ทำให้ได้ซุปมิโซะรสชาติอร่อยที่อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหาร
4. สาหร่ายวากาเมะ (Wakame)
สาหร่ายวากาเมะเป็นอาหารชั้นยอดในการช่วยเสริมแคลเซียมให้กับร่างกายแม้จะรับประทานในปริมาณเพียงเล็กน้อยก็ตาม โดยปกติสาหร่ายวากาเมะนั้นมีจำหน่ายในรูปแบบแห้งที่สะดวกต่อการเก็บรักษาและนำมาปรุงอาหารได้ง่ายเพียงเติมลงในซุปมิโซะร้อน นอกจากนี้ สาหร่ายวากาเมะยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำซึ่งช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีของลำไส้ด้วย

ผู้หญิงญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยผ่านพ้นช่วงวัยทองไปได้อย่างราบรื่นเนื่องจากการรับประทานอาหารที่เน้นผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น นัตโตะ เต้าหู้ และซุปมิโซะ เป็นต้น ซึ่งมีสารไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) ที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและลดอาการร้อนวูบวาบตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ผู้หญิงวัยทองมักมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียความหนาแน่นของมวลกระดูกและอาจทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้ง่าย ซุปมิโซะร้อน ๆ และวัตถุดิบดังกล่าวต้นเป็นวิธีการที่ง่ายในการเสริมแคลเซียมในชีวิตประจำวัน มาเพิ่มแคลเซียมให้กับร่างกายของเราตั้งแต่วันนี้กันค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp