ญี่ปุ่นเป็นสังคมผู้สูงอายุและปัจจุบันผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อมเพิ่มมากขึ้น โดยกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่นประเมินว่าปัจจุบันจำนวน 1 ใน 5 ของประชากรสูงอายุ หรือกว่า 7 ล้านคนมีภาวะสมองเสื่อม และคาดว่าภายในปี พ.ศ. 2583 จะสูงถึง 12 ล้านคน ทั้งนี้คนจำนวนมากไม่ทราบสาเหตุของการเกิดภาวะสมองเสื่อมและไม่รู้ว่าพฤติกรรมการดื่มกินบางอย่างเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ มารู้ว่ามีพฤติกรรมการดื่มและกินใดบ้างที่ทำเป็นประจำแล้วจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองเสื่อมกันค่ะ
10 พฤติกรรมดื่มกินที่เพิ่มความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม
คนจำนวนมากคิดว่าการเตรียมอาหารเป็นเรื่องยุ่งยากและขี้เกียจเตรียมอาหารจึงทำให้มีแนวโน้มในการรับประทานอาหารซ้ำ ๆ เดิม ๆ และขาดความหลากหลาย พฤติกรรมการดื่มกินที่อาจก่อให้เกิดภาวะสมองเสื่อมเมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ได้แก่
- รับประทานอาหารที่มีแป้งเป็นหลักเป็นประจำ เช่น ขนมปัง ข้าวปั้น ราเม็ง และโซเม็ง เป็นต้น
- กับข้าวเป็นเนื้อสัตว์ล้วน
- ใช้น้ำมันในการทอดหรือผัดในปริมาณมากเป็นประจำ
- ชอบรับประทานของหวานในปริมาณมาก
- รับประทานของหวานแทนอาหารมื้อหลัก
- รับประทานผักและผลไม้น้อย
- ดื่มนมหรือรับประทานผลิตภัณฑ์จากนมน้อยมาก
- ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่ค่อนข้างมากเป็นประจำ
- ดื่มน้ำน้อย
- รับประทานอาหารรสจัดและเค็มจัดเป็นประจำ

การทบทวนอาหารที่รับประทานในแต่ละวันโดยเพิ่มปริมาณสิ่งที่ขาดและลดปริมาณสิ่งที่รับประทานมากเกินไปจะช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้ ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพชาวญี่ปุ่นยังแนะนำว่าพฤติกรรมการรับประทานอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Diet) ซึ่งเป็นวิถีการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนโดยเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ไขมันดีจากน้ำมันมะกอก ปลา และถั่วต่าง ๆ เป็นตัวอย่างของพฤติกรรมการกินที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดรวมถึงโรคมะเร็ง อีกทั้งช่วยให้มีอายุยืนยาวด้วย โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าอาหารดังกล่าวอาจช่วยลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมได้

การรับประทานอาหารที่หลากหลายและมีคุณค่าสารอาหารครบถ้วนสมดุลเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ การสูงวัยที่มีคุณภาพและมีสุขภาพกายใจและสมองดีถือเป็นลาภอันประเสริฐ มาดูแลตัวเราเองตั้งแต่วันนี้กันค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: gendai.media