ปัญหาสำคัญของคนวัยตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป คือ “ระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกายเริ่มเสื่อมลง” ทำให้อ้วนง่ายแม้จะรับประทานอาหารไปเพียงเล็กน้อย อีกทั้งยังทำให้การลดน้ำหนักทำได้ยาก มารู้กันว่ามีอาหารอะไรบ้างที่นักกำหนดอาหารชาวญี่ปุ่นบอกว่าช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานดีขึ้น และนิสัยในชีวิตประจำวันที่จะช่วยเสริมให้การเผาผลาญพลังงานดีขึ้นค่ะ
อาหารที่ช่วยเสริมให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้ดีขึ้น
เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญพลังงานจะทำงานได้ช้าลงเนื่องจากมวลกล้ามเนื้อลดลง ความไม่สมดุลของฮอร์โมน และการเปลี่ยนแปลงในเรื่องอาหารการกิน แม้ว่าระบบเผาผลาญพลังงานของคนวัย 40 ปีขึ้นไปจะทำงานได้ช้าลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การรับประทานอาหารพร้อมกับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเล็กน้อยสามารถช่วยป้องกันไม่ให้ระบบเผาผลาญทำงานแย่ลงได้ โดยตัวอย่างอาหารที่หาง่ายและช่วยเสริมให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้ดีขึ้นมีดังนี้คือ
1. ข้าวกล้อง
ข้าวกล้องมีคาร์โบไฮเดรตซึ่งให้พลังงานแก่ร่างกายและโปรตีนที่ร่างกายนำไปใช้สร้างมวลกล้ามเนื้อ การรับประทานข้าวกล้องจะช่วยเติมเต็มกรดอะมิโน วิตามิน และเส้นใยอาหารให้แก่ร่างกาย

2. เนื้อหมู

เนื้อหมูส่วนที่มีไขมันต่ำ เช่น สันใน สันนอก และส่วนสะโพก เป็นต้น อุดมไปด้วยโปรตีนซึ่งร่างกายนำไปใช้สร้างกล้ามเนื้อ และวิตามินบี 1 ซึ่งช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตได้ดีขึ้น
3. ปลาแมคเคอเรลหรือซาบะ

ปลาแมคเคอเรลหรือปลาซาบะอุดมไปด้วยโปรตีนซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกล้ามเนื้อ และไขมันคุณภาพสูงอย่าง EPA ซึ่งช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีและกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น
4. ขิง

ขิงมีสารจิงเจอรอล (Gingerol) และโชกาออล (Shogaol) ซึ่งมีคุณสมบัติในการทำให้ร่างกายอบอุ่นและช่วยให้การไหลเวียนเลือด ส่งเสริมให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้ดี
5. อัลมอนด์

อัลมอนด์อุดมไปด้วยวิตามินอีซึ่งมีคุณสมบัติเป็นต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยปกป้องร่างกายจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน และช่วยปรับให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น นอกจากนี้ การรับประทานอัลมอนด์เป็นอาหารว่างจะทำให้รู้สึกอิ่มนานซึ่งช่วยจำกัดการรับประทานอาหารจุกจิกในระหว่างมื้ออาหารได้
พฤติกรรมที่ช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกายทำงานได้ดี
1. รับประทานโปรตีนให้เพียงพอในทุกมื้ออาหาร

โปรตีนจากเนื้อสัตว์ ปลา และไข่ เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูงและมีความสมดุลของกรดอะมิโนซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างมวลกล้ามเนื้อและช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้ดี
2. รักษาความอบอุ่นของร่างกาย

เมื่ออุณหภูมิของร่างกายต่ำลง อวัยวะภายในจะทำงานช้าลง ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง การดื่มน้ำอุ่นหรือเครื่องดื่มอุ่น ๆ การแช่ตัวในอ่างน้ำอุ่น และยืดเส้นยืดสายเบา ๆ เป็นต้น จะช่วยคงความอบอุ่นของร่างกายไว้
3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
การดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างราบรื่นและช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดี

แม้ว่าอัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐานของร่างกายจะลดลงตามอายุ แต่การใส่ใจรับประทานอาหารและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันเพียงเล็กน้อยก็สามารถช่วยชะลอการเสื่อมของระบบเผาผลาญพลังงานได้ หากว่ากำลังมีปัญหาเรื่องการลดน้ำหนักได้ยาก ก็ลองนำอาหารและนิสัยที่แนะนำในบทความนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันดูค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp