อายุที่เพิ่มมากขึ้นและพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงและอาหารแปรรูป ขาดการออกกำลังกาย รวมถึงปัจจัยด้านสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง เป็นต้น เป็นเหตุให้ไขมันไปเกาะที่ผนังหลอดเลือดจนส่งผลให้เกิดการอักเสบ พังผืด และมีแคลเซียมเกาะสะสม หรือมีลิ่มเลือดไปอุดตันในหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดแดงหนาขึ้นจนหลอดเลือดแดงตีบแคบลง และเป็นเหตุให้เกิดอาการขาดเลือดของอวัยวะต่าง ๆ เช่น หัวใจและสมอง เป็นต้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีข้อมูลแสดงให้เห็นว่าการปรับวิถีชีวิต เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกาย เป็นต้น สามารถช่วยปรับให้หลอดเลือดกลับมามีความยืดหยุ่นและแข็งแรงขึ้นได้ มารู้กันว่ามีอาหารอะไรบ้างที่นักกำหนดอาหารชาวญี่ปุ่นแนะนำให้รับประทานเป็นประจำเพื่อช่วยให้หลอดเลือดมีความแข็งแรงขึ้นกันค่ะ
ตัวอย่างอาหารที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของหลอดลือด
1. ปลาหนังสีน้ำเงิน

กรดไขมันโอเมก้า-3 ได้แก่ EPA และ DHA ที่มีมากในปลาหนังสีน้ำเงิน เช่น ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน ปลาซาบะ ปลาซันมะ และปลาสีกุน เป็นต้น ช่วยชะลอภาวะหลอดเลือดแดงตีบแคบลงได้จากการไปยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือดและลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผลดีก็ควรรับประทานปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละสองถึงสามครั้ง ครั้งละประมาณ 80 กรัม
2. องุ่น บลูเบอร์รี่ โกโก้ และชาเขียว

โพลีฟีนอลที่มีมากในองุ่น เบอร์รี่ โกโก้ และชาเขียว มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการอักเสบของหลอดเลือดได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าช็อกโกแลตจะมีโพลีฟีนอลสูง แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณคาเคาสูง มีน้ำตาลและพลังงานต่ำ และควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะไม่มากจนเกินไป
3. ผักต่าง ๆ สาหร่าย เห็ด ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสี

เส้นใยอาหารที่มีมากในผัก สาหร่าย เห็ด ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสีมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิด LDL ในเลือด ปรับให้สภาพแวดล้อมในลำไส้ดีขึ้น ลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหาร ช่วยขับเกลือส่วนเกินออกจากร่างกาย อีกทั้งยังทำให้รู้สึกอิ่มท้องไวและป้องกันการรับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไป
4. บรอกโคลี พริกหวาน ถั่วต่าง ๆ และอะโวคาโด

วิตามินซีและวิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพซึ่งช่วยป้องกันภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายมีสารอนุมูลอิสระมากเกินไป จนสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายรับมือไม่ไหว กระตุ้นให้เกิดการอักเสบในระดับเซลล์และทำลายหลอดเลือด เป็นต้น แทนการรับประทานอาหารเสริมที่มีราคาแพงและอาจทำให้เกิดการตกค้างอยู่ในร่างกายหากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป บรอกโคลี พริกหวาน ถั่วต่าง ๆ และอะโวคาโด เป็นตัวอย่างของผักที่มีวิตามินซีและอีสูงที่หากรับประทานเป็นประจำแล้วจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดได้
การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างครอบคลุม รวมถึงการรับประทานอาหารที่หลากหลายและมีคุณค่าสารอาหารครบถ้วนสมดุล ออกกำลังกายอย่างเพียงพอ เลิกสูบบุหรี่ รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และจำกัดการบริโภคอาหารประเภททอด ขนมหวาน และเกลือ ควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 โพลีฟีนอล เส้นใยอาหาร และวิตามินซีและอีอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรงและป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็งได้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าวอาจจะยากสำหรับบางคนแต่ก็คุ้มค่าที่จะทำให้ร่างกายเราแข็งแรงจากภายในไปนาน ๆ หันมาดูแลสุขภาพของเราให้ดีขึ้นกันค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp