การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้เกิดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และท้องผูกได้ง่ายขึ้น พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เคยสร้างปัญหาในช่วงอายุที่น้อย แต่เมื่อเข้าสู่วัยทองอาจส่งผลให้เกิดอาการท้องอืดได้ มารู้กันว่าพฤติกรรมการกินอะไรบ้างที่นักโภชนาการอาหารชาวญี่ปุ่นแนะนำให้หลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันอาการท้องอืดกันค่ะ
พฤติกรรมการกินที่เป็นสาเหตุของอาการท้องอืดและท้องป่อง
1. การรับประทานอาหารเร็วเกินไป
ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นภาระหน้าที่การงาน งานบ้าน การเลี้ยงลูก หรือการดูแลคนในครอบครัว ทำให้บ่อยครั้งที่เราไม่มีเวลามากพอที่จะนั่งรับประทานอาหารอย่างช้า ๆ ได้ การรับประทานอาหารเร็วทำให้เรากลืนอากาศเข้าไปในปริมาณมากพร้อมกับอาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ เช่น อาการท้องอืดและกระเพาะอาหารต้องทำงานหนัก นอกจากนี้ การเคี้ยวอาหารน้อยครั้งยังทำให้ไม่รู้สึกอิ่มอย่างพึงใจ ซึ่งอาจส่งผลให้อยากรับประทานอาหารในปริมาณที่มากขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนได้ การรับประทานอาหารอย่างช้า ๆ โดยเคี้ยวอาหารแต่ละคำให้ได้ 30 ครั้ง จะช่วยป้องกันอาการท้องอืดและโรคอ้วนได้
2. ให้รางวัลตัวเองในแต่ละวันด้วยของหวาน

เมื่อรู้สึกเหนื่อยล้าคนจำนวนไม่น้อยมักนึกอยากรับประทานของหวานและเลือกรับประทานขนมหวานเป็นรางวัลให้ตัวเองจนติดเป็นนิสัยและอยากรับประทานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตามขนมหวานหลายชนิดมีปริมาณแคลอรีสูงและทำให้ร่างกายรับพลังงานมากเกินความจำเป็น ทั้งนี้การรับประทานน้ำตาลมากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ โดยไปส่งเสริมการเพิ่มจำนวนแบคทีเรียชนิดไม่ดีในลำไส้และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้ง่าย เช่น อาการท้องผูกและโรคอ้วน ดังนั้นเมื่อเลือกขนมหวานเป็นรางวัลให้ตนเองก็ควรใส่ใจในเรื่องปริมาณ คุณภาพ และความถี่ในการรับประทาน
3. ดื่มน้ำโซดาในปริมาณมาก
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ คนญี่ปุ่นให้ความนิยมกับการดื่มน้ำโซดาเนื่องจากเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินอาหารและทำให้รู้สึกอิ่มท้องไปพร้อมกับสร้างความสดชื่นให้แก่ร่างกาย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากน้ำโซดามีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนประกอบ การดื่มในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดหรือมีลมในท้องได้

ร่างกายของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนมีแนวโน้มที่จะสะสมไขมันและเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารได้ง่าย พฤติกรรมบางอย่าง เช่น การรับประทานอาหารเร็วเกินไป การรับประทานขนมหวานบ่อยและมาก และการดื่มน้ำโซดาในปริมาณมาก อาจส่งผลให้เกิดอาการท้องอืดหรือรู้สึกแน่นท้องได้ง่ายกว่าปกติ มาใส่ใจพฤติกรรมการกินเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความไม่สบายตัวกันค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp