ดอกแดนดิไลออน (Dandelion) หรือทัมโปโปะ (たんぽぽ) เป็นพืชล้มลุกที่พบได้ทั่วไปตามริมถนน ข้างทาง ป่าเขา และสวนสาธารณะ ดอกไม้ชนิดนี้บานดอกสวยงามเต็มพื้นหญ้าในช่วงฤดูใบไม้ผลิ คนจำนวนมากคิดว่าพืชชนิดนี้เป็นวัชพืช แต่ในความเป็นจริงแล้วรากของแดนดิไลออนสามารถนำมาทำเป็นชาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการล้างพิษออกจากตับและไตและขับปัสสาวะ ส่วนกลีบดอกของแดนดิไลออนก็สามารถนำมาแปรรูปเป็นน้ำเชื่อมที่มีรสชาติเข้มข้นและหอมหวานคล้ายน้ำผึ้งได้ มารู้วิธีการทำน้ำเชื่อมจากดอกแดนดิไลออนตามวิธีการของชาวญี่ปุ่นกันค่ะ
วิธีการทำน้ำเชื่อมจากดอกแดนดิไลออน
วัตถุดิบ
- ดอกแดนดิไลออน 100-150 ดอก
- น้ำ 500 มิลลิลิตร
- น้ำตาล 300 กรัม
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. เก็บดอกแดนดิไลออนที่บานเต็มที่ในตอนเช้าของวันที่มีแดดจัดจากบริเวณที่สะอาดปราศจากสารฆ่าแมลง และดอกไม้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

2. นำดอกไม้มาวางกระจายบนพื้นเรียบเพื่อแยกฝุ่น แมลง และสิ่งสกปรกออก ทั้งนี้ไม่ควรล้างดอกแดนดิไลออน เพราะน้ำจะชะเอาเกสรดอกไม้ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของรสชาติหอมอร่อยออกไป
3. ใช้มือดึงกลีบดอกแดนดิไลออนออกแล้วนำใส่ภาชนะไว้ หลีกเลี่ยงไม่ให้ส่วนสีเขียวของกลีบเลี้ยงติดเข้าไปในกลีบดอก เพราะจะทำให้น้ำเชื่อมมีรสชาติขม โดยหลังจากนำเอากลีบดอกมารวมกันแล้วจะได้กลีบดอกแดนดิไลออนที่มีน้ำหนักประมาณ 40 กรัม
4. ใส่กลีบดอกแดนดิไลออนและน้ำลงในหม้อและต้มเคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 20-30 นาที
5. ใช้กระชอนตักเอากลีบดอกไม้ออก เติมน้ำตาลลงไปในของเหลวแล้วเคี่ยวต่ออีกประมาณ 20 นาทีจนของเหลวข้น จากนั้นเติมน้ำมะนาวและเคี่ยวต่ออีกสักครู่

6. เทน้ำเชื่อมใส่ภาชนะที่ผ่านการต้มฆ่าเชื้อแล้ว ปล่อยให้น้ำเชื่อมเย็นลง จากนั้นปิดฝาภาชนะ เก็บไว้ในตู้เย็นได้นานหลายสัปดาห์
น้ำเชื่อมดอกแดนดิไลออนที่ได้มีรสหวานอ่อนและมีกลิ่นหอมละมุนคล้ายน้ำผึ้ง โดยสามารถนำมารับประทานโดยทาขนมปังปิ้ง ใส่โยเกิร์ต หรือเจือจางเป็นเครื่องดื่มด้วยโซดาได้ตามชอบ
ในญี่ปุ่นและประเทศเมืองหนาวนั้นดอกแดนดิไลออนเป็นดอกไม้ที่หาได้ง่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สำหรับเพื่อนผู้อ่านที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นลองนำดอกแดนดิไลออนที่บานอยู่ในพื้นที่สะอาดมาทำน้ำเชื่อมรสชาติอร่อยดูค่ะ แต่หากไม่มีดอกแดนดิไลออนก็สามารถนำวิธีการทำน้ำเชื่อมดังกล่าวมาใช้กับดอกไม้ที่สามารถรับประทานได้ เช่น ดอกกุหลาบหรือดอกเอลเดอฟลาวเวอร์ก็ได้ค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: news.yahoo.co.jp