อาหารคู่ไหนไม่ควรประทานด้วยกัน

คนจำนวนมากไม่ทราบว่าการรับประทานอาหารบางชนิดร่วมกันจะสร้างความเครียดให้กับกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ อีกทั้งเมื่อรับประทานคู่กันอาหารบางชนิดอาจมีผลไปขัดขวางการดูดซึมสารอาหารจากอาหารอีกชนิดหนึ่งเข้าสู่ร่างกายได้ มารู้กันว่าอาหารอะไรบ้างที่ไม่ควรรับประทานคู่กันตามคำแนะนำของนักโภชนาการชาวญี่ปุ่นกันค่ะ

1. กล้วยกับมันเทศญี่ปุ่น

กล้วยกับมันเทศญี่ปุ่น อาหารไม่ควรประทานด้วยกัน

มันเทศญี่ปุ่นมีปริมาณเส้นใยชนิดไม่ละลายน้ำสูง เมื่อรับประทานเข้าไปเส้นใยชนิดนี้จะดูดน้ำจากระบบทางเดินอาหารและเกิดการบวมตัวขึ้น หากรับประทานกล้วยเข้าไปก็จะส่งผลให้ระบบย่อยอาหารอ่อนแอลง ทำให้เกิดอาการท้องอืดและปวดท้องได้

2. พรุนกับชา

พรุนกับชา อาหารไม่ควรประทานด้วยกัน

พรุนอุดมไปด้วยธาตุเหล็กซึ่งช่วยป้องกันภาวะขาดธาตุเหล็กในผู้หญิงได้ อย่างไรก็ตามหากรับประทานพรุนร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแทนนิน เช่น ชาเขียว ชาดำ และกาแฟ เป็นต้น สารแทนนินจะไปยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานพรุนพร้อมกับชาหรือกาแฟ

3. ผักปวยเล้งกับเบคอน

ผักปวยเล้งกับเบคอน อาหารไม่ควรประทานด้วยกัน

คนญี่ปุ่นไม่น้อยนิยมนำผักปวยเล้งมาปรุงอาหารพร้อมกับเบคอน แต่ในความเป็นจริงแล้วเบคอนมีสารฟอสเฟตจากสารปรุงแต่งรส แม้ว่าฟอสเฟตจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่เมื่อรับประทานร่วมกับผักปวยเล้ง ฟอสเฟตจะไปยับยั้งการดูดซึมแคลเซียมและธาตุเหล็กที่มีมากในผักปวยเล้งเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผักปวยเล้งคู่กับเบคอนหรืออาหารแปรรูปที่มีฟอสเฟตเป็นส่วนประกอบ

4. ผักปวยเล้งกับไข่ต้ม

ผักปวยเล้งกับไข่ต้ม อาหารไม่ควรประทานด้วยกัน

ผักปวยเล้งอุดมไปด้วยวิตามินซีและธาตุเหล็กซึ่งมีผลดีต่อความงามและสุขภาพ คนจำนวนมากรับประทานผักปวยเล้งกับไข่ต้มเป็นอาหารเช้า แต่ไข่ที่ต้มสุกจะมีปริมาณสารไฮโดรเจนซัลไฟด์สูง โดยไฮโดรเจนซัลไฟด์เป็นสารที่มีกลิ่นเฉพาะตัวซึ่งได้จากการสลายตัวของกรดอะมิโนที่มีซัลเฟอร์ในไข่ขาวในขณะที่ต้ม สารดังกล่าวจะไปยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกาย หากต้องการรับประทานไข่กับผักปวยเล้งควรเปลี่ยนเป็นเมนูผักปวยเล้งผัดไข่แทนไข่ต้มสุก

4. วาคาเมะกับต้นหอมญี่ปุ่น

วาคาเมะกับต้นหอมญี่ปุ่น อาหารไม่ควรประทานด้วยกัน

สาหร่ายวาคาเมะกับต้นหอมญี่ปุ่นเป็นคู่ผักที่คนญี่ปุ่นนิยมใส่ในซุปมิโซะ แต่ในความเป็นจริงแล้วสารอัลลิลซัลไฟด์ (Allyl sulfide) ที่มีมากในต้นหอมญี่ปุ่นจะไปยับยั้งการดูดซึมแคลเซียมที่มีมากในวาคาเมะเข้าสู่ร่างกาย ทำให้สูญเสียคุณค่าสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย แทนการปรุงซุปมิโซะด้วยวาคาเมะและต้นหอมญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นแนะนำให้ใส่เต้าหู้ลงในซุปมิโซะแทนต้นหอมญี่ปุ่น เนื่องจากเต้าหู้จะช่วยเสริมการดูดซึมแคลเซียมจากวาคาเมะเข้าสู่ร่างกาย

หากว่าเพื่อนผู้อ่านชอบจับคู่รับประทานอาหารดังกล่าวข้างต้นอยู่ ก็ลองเปลี่ยนวิธีการรับประทานเพื่อรับคุณค่าสารอาหารให้คุ้มกับเงินที่จ่ายไปรวมถึงป้องกันอาการไม่สบายท้องจากภาวะอาหารไม่ย่อยกันค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: saita-puls.com, saita-puls.com

ซากุระ เมืองร้อน

แม่บ้านญี่ปุ่นลูกสองผู้รักการทำอาหาร หลงใหลในความงดงามของดอกไม้และธรรมชาติ และชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพื่อให้แข็งแรงและสวยไปนานๆ ขอฝากเนื้อฝากตัวเพื่อแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ในมุมมองที่หลากหลายให้กับเพื่อนผู้อ่านทุกท่านค่ะ

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า