คำพูดสร้างความรู้สึกแย่ๆ คำไหนที่ทุกคนไม่ชอบบ้างบ้างคะ? การพูดแบบนี้แม้ว่าผู้พูดอาจไม่ได้ตั้งใจหรือแค่แซวเล่น แต่บางวลีหรือประโยคอาจสร้างความรู้สึกแย่และเจ็บปวดฝังใจให้แก่ผู้ฟังได้ มารู้ 4 คำพูดที่คนญี่ปุ่นบอกว่าไม่ควรใช้แม้ว่าจะหยอกล้อก็ตาม
คำพูดที่ก่อให้เกิดความรู้สึกแย่ที่ไม่ควรใช้กับผู้อื่น
1. ทำไมถึงเข้าใจยากจัง
วลีนี้อาจเกิดขึ้นหลังจากการอธิบายหรือสอนงานแล้วฝ่ายถูกสอนยังไม่เข้าใจสักทีเพราะเขาอาจไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน การใช้คำพูดว่าทำไมถึงยังไม่เข้าใจหรือทำไมเข้าใจยากจังเป็นคำพูดที่ดูถูกความสามารถในการเรียนรู้ของอีกฝ่ายจากผู้ที่มีตำแหน่งที่เหนือกว่าหรือมีประสบการณ์มากกว่า และแน่นอนว่าจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามอายและไม่กล้าซักถามสิ่งที่ไม่เข้าใจ แทนการใช้คำพูดที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ การเปลี่ยนมาใช้คำพูดที่ใส่ใจในความรู้สึกมากขึ้น เช่น “มีส่วนไหนที่ยังไม่ชัดเจน” หรือ “เรามาอธิบายทีละขั้นตอนกันดีไหม” จะทำให้ผู้รับฟังรู้สึกอยากพยายามทำให้ตัวเองเข้าใจให้กระจ่างขึ้นและมีแรงบันดาลใจในการที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่
2. บอกแล้วใช่มั้ย
การพูดวลี “บอกแล้วใช่มั้ย” นี้ทันทีหลังจากที่ใครบางคนทำผิดพลาดจะกลายเป็นคำพูดที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ไม่เพียงแค่จากความผิดพลาดของเขาเท่านั้นแต่ยังรู้สึกผิดที่ไม่เชื่อคำแนะนำ แม้ว่าจะเคยแนะนำหรือเตือนก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม แต่หลังจากบุคคลเกิดความผิดพลาดขึ้นก็ไม่ควรคิดว่าใครถูกหรือผิด แต่การเลือกใช้คำพูด เช่น “คุณคิดว่าเราจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกในครั้งต่อไปได้อย่างไร” หรือ “เรามาใช้เวลาสักครู่เพื่อแก้ไขสถานการณ์กันเถอะ” จะเป็นการช่วยชี้แนะให้ผู้พลาดสามารถเรียนรู้ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ทำให้พวกเขารู้สึกจนมุมหมดหนทาง
3. แค่นี้ก็ทำไม่ได้ง่ายนิดเดียวเอง
วลีนี้แม้ว่าผู้พูดจะไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ผู้ฟังอาจตีความว่าตนเองผิดปกติที่ไม่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างให้สำเร็จลุล่วงแม้ว่าพยายามอย่างเต็มที่แล้ว คนเราทุกคนมีจุดอ่อนและจุดแข็งที่แตกต่างกัน สิ่งที่ง่ายสำหรับเราอาจเป็นสิ่งที่ยากสำหรับบางคน ก่อนที่จะพูดด้วยคำพูดที่อาจไปทำร้ายจิตใจของอีกฝ่ายก็ให้พิจารณาถึงประสบการณ์ของอีกฝ่ายและช่วยเหลือโดยเริ่มจากคำพูดง่าย ๆ เช่น “มีตรงไหนที่ทำไม่ได้” หรือ “เรามาดูส่วนนี้ด้วยกันไหม” เป็นต้น
4. การพูดหยอกล้อเกี่ยวกับรูปลักษณ์หรืออายุของผู้อื่น
เราไม่เคยทราบเลยว่าคนแต่ละคนมีความกังวลเกี่ยวกับรูปลักษณ์หรืออายุของตนเองมากพียงใด คำพูด เช่น “ดูแก่ขึ้นนะ” “อ้วนขึ้นหรือเปล่า” “ตัวดำจัง” หรือ “ชุดนั้นไม่เหมาะกับคุณเลย” เป็นต้น แม้ว่าจะพูดกับเพื่อนที่สนิทกันแต่ก็อาจสร้างความรู้สึกแย่จนอาจถึงขึ้นทำให้บุคคลรู้สึกไม่ภาคภูมิใจในตัวเองและนำไปสู่การป่วยเป็นโรคด้านจิตเวชได้ แทนคำพูดที่แฝงไปด้วยการบูลลี่รูปลักษณ์ภายนอกของผู้อื่น ก็ให้มามองหาสิ่งที่ดีของเขาแล้วชื่นชมอย่างสร้างสรรค์โดยไม่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อผู้ฟัง

วลีปากเป็นเอก เลขเป็นโท หมายถึงการพูดมีความสำคัญมากกว่าการเขียน เพราะคำพูดที่ดีสามารถโน้มน้าวหรือสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังได้ในทันที ในทางกลับกันคำพูดที่แย่แม้ไม่ได้เจตนาก็สามารถสร้างความรู้สึกแย่และความเจ็บปวดฝังใจให้กับผู้ฟังได้ มาหลีกเลี่ยงการใช้คำพูดดังกล่าวข้างต้นกันค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: shufuse.com