อากาศที่ร้อนอบอ้าวติดต่อกันเป็นเวลานานในหน้าร้อนของญี่ปุ่นส่งผลให้คนญี่ปุ่นที่ชินกับอากาศหนาวเย็นรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า และเป็นโรคลมแดดได้ง่าย คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันเพื่อรับมือกับอากาศที่ร้อนจัด โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลียและความไม่สบายตัวที่มีสาเหตุมาจากความร้อนคือ การดูแลสุขภาพลำไส้ให้ดีเพื่อคงความสามารถในการย่อยและดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกายได้ตามปกติ และช่วยให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานได้อย่างสมดุล มารู้เคล็ดลับการดูแลสุขภาพลำไส้ให้ดีเพื่อรับมือกับความร้อนตามคำแนะนำของคนญี่ปุ่นกันค่ะ
เคล็ดลับดูแลสุขภาพลำไส้เพื่อป้องกันและบรรเทาความเหนื่อยล้าในช่วงหน้าร้อน
1. ลดอาหารและเครื่องดื่มที่เย็นจัด

เมื่ออากาศร้อนคนจำนวนไม่น้อยเลือกดื่มเครื่องดื่มเย็นและรับประทานไอศกรีม อย่างไรก็ตาม การบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่เย็นจัดมากเกินไปจะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ช้าลง ทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย และอาจขัดขวางการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงการทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียได้ง่าย แทนการดื่มเครื่องดื่มเย็นจัด การดื่มเครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิห้องและเครื่องดื่มอุ่น ๆ จะเป็นวิธีการที่ดีในการช่วยดูแลสุขภาพลำไส้ให้ทำงานเป็นปกติและป้องกันอาการเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียได้
2. รับประทานอาหารหมักดองเป็นประจำ

แลคติกแอซิดแบคทีเรียที่มีมากในอาหารหมักดองมีบทบาทสำคัญในการช่วยปรับสภาพแวดล้อมในลำไส้ให้ดี เสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกาย และช่วยเสริมการดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย โดยอาหารหมักดองที่อุดมไปด้วยแบคที่เรียที่ดีต่อลำไส้ ได้แก่ นัตโตะ กิมจิ ผักดอง มิโซะ และอะมาซาเกะ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม อาหารหมักดองมักมีรสเค็มจึงควรระมัดระวังไม่บริโภคในปริมาณที่มากเกินไป
3. รับประทานผักหน้าร้อนที่อุดมไปด้วยใยอาหาร

การรับประทานเส้นใยอาหารในปริมาณที่เพียงพอจะมีผลดีต่อสภาพแวดล้อมของลำไส้และช่วยขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายผ่านทางอุจจาระ โดยเมื่อสภาพแวดล้อมในลำไส้ดี ก็จะส่งผลในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกายและเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ตัวอย่างผักหน้าร้อนที่ดีต่อสุขภาพลำไส้ ได้แก่ กระเจี๊ยบเขียวซึ่งอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารที่เป็นอาหารของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ และมะระญี่ปุ่นซึ่งมีสารให้รสขมที่ชื่อว่า โมมอร์ดิซิน (Momordicin) ที่ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร เพิ่มความอยากอาหาร และช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลียในช่วงหน้าร้อน
4. ป้องกันภาวะขาดน้ำด้วยน้ำและโซเดียม (เกลือ)

การดื่มน้ำอย่างเพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงานที่เป็นปกติของลำไส้ ในวันที่อากาศร้อนควรดื่มน้ำประมาณ 40 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัวต่อวัน นอกจากนี้ ร่างกายจะสูญเสียโซเดียมได้ง่ายทางเหงื่อ และอาจนำไปสู่โรคลมแดดและภาวะขาดน้ำได้ ดังนั้นจึงควรบริโภคเกลือในปริมาณที่พอเหมาะจากแหล่งต่าง ๆ เช่น ซุปมิโซะหรือเม็ดอมเสริมเกลือแร่ เป็นต้น
ความร้อนในฤดูร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปีเป็นสาเหตุของความเหนื่อยล้าและความอ่อนเพลียอย่างต่อเนื่อง หากรู้สึกเฉื่อยชาหรือเหนื่อยล้าอย่างต่อเนื่องในช่วงที่อากาศร้อนมาก มาดูแลสุขภาพลำไส้ของเราตามคำแนะนำข้างต้นกันค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: asajikan.jp