การทำงานในบริษัทญี่ปุ่นเป็นที่เลื่องลือกันว่างานหนัก โอทีเยอะ วันหยุดน้อย พนักงานญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยจึงมักเลือกหางานที่มีความมั่นคง และมีวัฒนธรรม Work-life balance วันนี้เราจะพาไปสำรวจการจัดอันดับ “บริษัทชั้นนำในญี่ปุ่นที่น่าทำงานด้วย” (เป็นอันดับในปี 2024) โดย OpenWork Co., Ltd. กันว่า มีบริษัทอะไรบ้างติดอันดับบริษัทที่คนญี่ปุ่นหมายปอง
อันดับที่ 1: Dentsu Group

Dentsu ครองอันดับหนึ่งเป็นครั้งแรก อันเป็นผลมาจากการปฏิรูปวิถีการทำงาน จึงได้รับการยกย่องชื่นชมแบบปากต่อปากมากมาย โดยมีการปรับปรุงทั้งในด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ เช่น การจำกัดการทำงานล่วงเวลาเป็น 45 ชั่วโมงต่อเดือนและ 360 ชั่วโมงต่อปี ด้านมาตรการการใช้วันหยุดพักร้อน บังคับให้มีวันลาพักร้อนประจำปี 5 วัน รวมถึงยังส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานในองค์กร ให้พนักงานชื่นชมการทำงานซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่พนักงานสามารถพัฒนาซึ่งกันและกันได้อีกด้วย
อันดับที่ 2: Salesforce Japan
Salesforce Japan เป็นบริษัทที่มีทุนจากต่างประเทศ เมื่อปี 2024 ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 24 และขึ้นมาเป็นอันดับที่ 2 ในปี 2025 โดยมีรายการประเมินที่ดีมากด้านขวัญและกำลังใจของพนักงาน การความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างพนักงาน และการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีการปฏิรูปชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา โดยลดลงจาก 39 ชั่วโมง เหลือ 30 ชั่วโมง และบริษัทยังได้สร้างโอกาสในการเติบโตให้กับพนักงานผ่านระบบ CRM (ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า) ที่ล้ำหน้าที่สุดในโลก สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นมิตรสำหรับผู้หญิง สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสื่อสารระหว่างพนักงาน นอกจากนี้ยังให้ค่าตอบแทนที่สูง รวมถึงสร้างสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานผ่านการลาที่ให้เงินเดือน จึงช่วยส่งเสริมขวัญกำลังใจและความพึงพอใจให้กับพนักงานเป็นอย่างดีนั่นเอง
อันดับที่ 3 : Mitsui & Co., Ltd.

บริษัทการค้าขนาดใหญ่ Mitsui & Co. ไม่ได้ถูกจัดอันดับในปี 2023 แต่คะแนนกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2024 โดยความพึงพอใจของพนักงานที่มีต่อสภาพการทำงานนั้นได้คะแนนค่อนข้างสูง อันเนื่องมาจากบริษัทได้เสนอสวัสดิการพนักงานที่ครอบคลุม รวมถึงพยายามสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้พนักงานเคารพซึ่งกันและกัน ถึงกับมีพนักงานคนหนึ่งพูดถึงบริษัทนี้เลยว่า “การลาแบบรับเงินเดือนของบริษัทนี้ทำได้ง่าย ไม่ต้องเกรงใจกัน มีระบบให้ลาได้แม้จะลาแค่ 1 ชั่วโมง และยังมีตัวเลือกให้สามารถทำงานที่บ้าน รวมถึงมีสวัสดิการพนักงานที่จำเป็นครบถ้วนอีกด้วย”
ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป บริษัทญี่ปุ่นเริ่มปรับตัวและปฏิรูปองค์กรของตน บริษัทที่สั่งให้พนักงานทำงานหามรุ่งหามค่ำ เอารัดเอาเปรียบด้านสวัสดิการ ล้วนแต่ก่อให้เกิดการลาออกของผู้มีความสามารถ บริษัทญี่ปุ่นจึงเริ่มให้ความสำคัญต่อบุคลากรของพวกเขามากขึ้น เพราะพวกเขาเล็งเห็นได้ว่า บุคลากรที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้ความสามารถและการใช้ชีวิตส่วนตัว จะทำประโยชน์ให้กับองค์กรเขาในระยะยาวได้มากกว่าบริษัทที่ให้ความสำคัญต่อยอดขายและผลประโยชน์อย่างเดียวนั่นเอง
สรุปเนื้อหาจาก: edenred.jp