ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่น่าอาศัยอยู่ในหลายด้าน ทั้งระบบขนส่ง ความเป็นระเบียบ อาหาร และคุณภาพชีวิต แต่สิ่งหนึ่งที่คนกำลังคิดจะย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นมักหนีไม่พ้นก็คือ เรื่องภัยธรรมชาติ เพราะญี่ปุ่นต้องเจอกับทั้งแผ่นดินไหว ไต้ฝุ่น ฝนตกหนัก น้ำท่วม และดินถล่มอยู่เป็นระยะ หากเลือกจังหวัดสำหรับอยู่อาศัย เรื่อง “ความเสี่ยงจากภัยพิบัติ” จึงเป็นอีกปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม

แล้วจังหวัดไหนในญี่ปุ่นที่ภัยพิบัติน้อยกว่าพื้นที่อื่นกันล่ะ หากดูจากข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหว การขึ้นฝั่งของไต้ฝุ่น และแนวโน้มฝนตกหนัก จะพบว่ามีหลายจังหวัดที่น่าสนใจ โดยเฉพาะพื้นที่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น

จังหวัดในญี่ปุ่นที่มีภาพรวมภัยพิบัติค่อนข้างน้อย

ญี่ปุ่น

หากนำข้อมูลภัยพิบัติหลัก ๆ มาพิจารณาร่วมกัน ได้แก่ แผ่นดินไหว ไต้ฝุ่น และฝนตกหนัก จังหวัดที่เกิดขึ้นน้อยกว่าจังหวัดอื่นๆ มีดังนี้

อันดับ 1 จังหวัดคางาวะ

ในปี 2025 มีการตรวจพบแผ่นดินไหวเพียง 6 ครั้ง ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในประเทศ และไม่มีประวัติไต้ฝุ่นขึ้นฝั่งโดยตรง นอกจากนี้ แนวโน้มการเกิดฝนตกหนักแบบฉับพลันก็อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ทำให้คางาวะเป็นหนึ่งในจังหวัดที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหาพื้นที่อยู่อาศัยที่มีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติต่ำ

อันดับ 2 จังหวัดโอคายามะ

มีการตรวจพบแผ่นดินไหวในปี 2025 จำนวน 8 ครั้ง ซึ่งน้อยเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ และไม่มีไต้ฝุ่นขึ้นฝั่งโดยตรง แม้จะยังต้องระวังฝนตกหนักในบางช่วง แต่เมื่อพิจารณาภาพรวมแล้ว จังหวัดนี้ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติค่อนข้างต่ำ และเหมาะกับผู้ที่กำลังมองหาสถานที่สำหรับอยู่อาศัยระยะยาว

อันดับ 3 จังหวัดทตโตริ

ทตโตริ

จังหวัดทตโตริ มีแผ่นดินไหวที่ตรวจพบในปี 2025 จำนวน 9 ครั้ง และไม่มีไต้ฝุ่นขึ้นฝั่งโดยตรง และด้วยทำเลที่อยู่ทางฝั่งภูมิภาคชูโงกุ ทำให้ได้รับผลกระทบจากพายุบางประเภทน้อยกว่าหลายพื้นที่ อีกทั้งแนวโน้มฝนตกหนักก็อยู่ในระดับไม่สูงมาก จึงเป็นอีกจังหวัดที่มีความเสี่ยงโดยรวมค่อนข้างต่ำ

อันดับ 4 จังหวัดซากะ

จังหวัดซากะ

แม้ ซากะ จะอยู่บนเกาะคิวชู ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเรื่องไต้ฝุ่น แต่จำนวนแผ่นดินไหวในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 16 ครั้ง ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับหลายจังหวัด อีกทั้ง ประวัติไต้ฝุ่นขึ้นฝั่งโดยตรงก็มีไม่มาก และแนวโน้มฝนตกหนักอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ จึงถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการอยู่ในคิวชูแต่กังวลเรื่องภัยธรรมชาติ

อันดับ 5 นารา โอซาก้า และโทยามะ

โอซาก้า

กลุ่มจังหวัดนี้มีจำนวนการตรวจพบแผ่นดินไหวประมาณ 16 ครั้ง ในปี 2025 และมีปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากภัยบางประเภท โดยจังหวัดนาราและโอซาก้า อยู่ในพื้นที่ตอนในของประเทศ ขณะที่โทยามะอยู่ทางฝั่งทะเลญี่ปุ่น ทำให้ลักษณะภูมิประเทศและตำแหน่งที่ตั้งมีส่วนช่วยให้ความเสี่ยงโดยรวมแตกต่างจากพื้นที่ที่เผชิญภัยธรรมชาติบ่อยกว่า

อย่างไรก็ตาม แต่ละจังหวัดยังมีความเสี่ยงเฉพาะด้านแตกต่างกัน จึงควรดูข้อมูลระดับเมืองหรือเขต ประกอบก่อนตัดสินใจย้ายจริง

จังหวัดในญี่ปุ่นที่เกิดแผ่นดินไหวน้อยที่สุด

หากดูเฉพาะข้อมูลแผ่นดินไหวในปี 2025 จังหวัดที่มีการตรวจพบแผ่นดินไหวน้อยที่สุด ได้แก่

จังหวัดคางาวะ (6 ครั้ง)
จังหวัดโอคายามะ (8 ครั้ง)
จังหวัดทตโตริ (9 ครั้ง)
จังหวัดชิมาเนะ (13 ครั้ง)
จังหวัดซากะ นารา โอซาก้า และโทยามะ (16 ครั้ง)

ทั้งนี้ หากดูข้อมูลย้อนหลังประมาณ 10 ปี ตั้งแต่เดือนเมษายน 2016 ถึงกุมภาพันธ์ 2026 จังหวัดคางาวะยังอยู่ในกลุ่มจังหวัดที่มีการตรวจพบแผ่นดินไหวน้อยที่สุด โดยมีประมาณ 181 ครั้ง โดยจังหวัดที่ตามมา ได้แก่ มิเอะ 186 ครั้ง, ชิงะ 194 ครั้ง, นารา 213 ครั้ง และโทคุชิมะ 243 ครั้ง

สาเหตุหนึ่งที่พื้นที่ทางตะวันตกของญี่ปุ่นบางแห่งมีแผ่นดินไหวน้อยกว่า คือปัจจัยด้านโครงสร้างแผ่นเปลือกโลก เพราะบริเวณทางตะวันออกของญี่ปุ่นที่มีแผ่นเปลือกโลกหลายแผ่นมาบรรจบกัน มีแนวโน้มเกิดกิจกรรมแผ่นดินไหวมากกว่า อย่างไรก็ตาม การ “เกิดแผ่นดินไหวน้อย” ไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีความเสี่ยง” เพราะทุกจังหวัดในญี่ปุ่นยังมีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติแตกต่างกันไป

ถ้าจะย้ายไปอยู่ญี่ปุ่น จังหวัดไหนน่าสนใจ

นอกจากจำนวนภัยพิบัติแล้ว หากพิจารณาความน่าอยู่ การเดินทาง และการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติร่วมด้วย จังหวัดที่น่าสนใจมีหลายแห่ง ดังนี้

1. จังหวัดนารา

นารา เป็นจังหวัดที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ แต่ยังอยากอยู่ไม่ไกลจากเมืองใหญ่ จังหวัดนี้มีการพัฒนาระบบป้องกันภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเผยแพร่ข้อมูลผ่านวิทยุ ระบบติดตามสถานการณ์แม่น้ำแบบเรียลไทม์ และการเตรียมศูนย์ป้องกันภัยพิบัติขนาดใหญ่ อีกข้อดีคือสามารถเดินทางไปโอซาก้าได้สะดวก ทำให้เหมาะกับคนที่ต้องการใช้ชีวิตในพื้นที่สงบกว่าเมืองใหญ่ แต่ยังต้องการเข้าถึงแหล่งงานและสิ่งอำนวยความสะดวก

2. จังหวัดยามานาชิ

ยามานาชิ ภูเขาไฟฟูจิ

ยามานาชิ เป็นอีกจังหวัดที่มีความเสียหายจากภัยธรรมชาติในระดับค่อนข้างต่ำ หลังจากได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นในปี 2019 จังหวัดได้เดินหน้าปรับปรุงมาตรการป้องกันภัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการป้องกันน้ำท่วมและดินถล่ม การตัดต้นไม้ที่เสี่ยงล้ม การนำสายไฟลงใต้ดินเพื่อลดความเสี่ยงไฟฟ้าดับ รวมถึงการสนับสนุนพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยามานาชิยังมีโอกาสด้านงานหลากหลาย ทั้งอุตสาหกรรมท้องถิ่น การท่องเที่ยว ไวน์ อัญมณี และโรงงานเทคโนโลยี

3. จังหวัดคางาวะ

คางาวะโดดเด่นทั้งในด้านจำนวนแผ่นดินไหวที่ต่ำและความเสี่ยงจากไต้ฝุ่นที่ไม่สูงมาก ลักษณะภูมิประเทศและสภาพอากาศที่ค่อนข้างสงบ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากทะเลเซโตะ ทำให้จังหวัดมีสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ นอกจากนี้ ยังมีระบบศูนย์พักพิงและการช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน ทำให้เหมาะกับทั้งครอบครัว คนที่มีลูก และผู้สูงอายุที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างสงบ

4. จังหวัดชิงะ

ชิงะ เป็นจังหวัดที่อยู่ตอนในของประเทศ จึงไม่มีชายฝั่งทะเลและไม่ต้องเผชิญกับสึนามิโดยตรงเหมือนจังหวัดชายฝั่ง และแม้จะยังมีความเสี่ยงจากฝนตกหนักและน้ำท่วมในบางพื้นที่ แต่จังหวัดมีการพัฒนาระบบป้องกันภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งแผนที่ภัยพิบัติ ศูนย์พักพิง และระบบแจ้งเตือนประชาชน อีกทั้งยังมีธรรมชาติที่สวยงามและระบบสาธารณูปโภคที่ค่อนข้างพร้อม จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากอยู่ใกล้เมืองใหญ่แต่ไม่อยากอยู่ใจกลางเมือง

5. จังหวัดกุนมะ

4 ออนเซ็นขึ้นชื่อ ในจังหวัดกุนมะ

กุนมะ เคยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากไต้ฝุ่นในปี 2019 ทั้งดินถล่ม บ้านเรือนเสียหาย และระบบสาธารณูปโภคหยุดชะงัก เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นบทเรียนสำคัญ ทำให้จังหวัดเดินหน้าพัฒนามาตรการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ นอกจากนี้ อีกจุดเด่นคือการเดินทางไปโตเกียวค่อนข้างสะดวก จึงเหมาะกับคนที่ต้องการใช้ชีวิตในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าเมืองหลวง และสามารถเดินทางเข้าโตเกียวเพื่อทำงานหรือทำธุระได้

แม้การจัดอันดับจะช่วยให้เห็นภาพว่าพื้นที่ใดมีความเสี่ยงโดยรวมต่ำ แต่ ไม่มีจังหวัดไหนในญี่ปุ่นที่ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ 100% แม้จังหวัดหนึ่งจะมีแผ่นดินไหวน้อย แต่อาจมีความเสี่ยงจากน้ำท่วม ดินถล่ม หรือภัยประเภทอื่นแทน ดังนั้น หากกำลังจะซื้อบ้านหรือย้ายไปอยู่จริง ควรตรวจสอบข้อมูลในระดับ เมือง เขต และตำบล ด้วย โดยเฉพาะควรดูแผนที่ความเสี่ยงของพื้นที่ว่า บ้านหรือที่พักอยู่ใกล้แม่น้ำ พื้นที่ลาดชัน แนวชายฝั่ง หรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางไปศูนย์พักพิงและระบบแจ้งเตือนภัยของท้องถิ่น

เพราะจังหวัดที่ดีที่สุดสำหรับการใช้ชีวิต อาจไม่ใช่จังหวัดที่ “ไม่มีภัยพิบัติ” แต่เป็นจังหวัดที่ ความเสี่ยงอยู่ในระดับรับได้ และเราสามารถใช้ชีวิตที่ต้องการได้อย่างสบายใจมากกว่า

สรุปเนื้อหาจาก: BLUETTI

Saruko-chan

เล่าเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับญี่ปุ่น นำเสนอเสน่ห์ของญี่ปุ่นให้ทุกคนได้เห็นในหลากหลายแง่มุม

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า