ในญี่ปุ่น มีอุบัติเหตุที่เรียกว่า jinshin jiko (人身事故) หรืออุบัติเหตุที่มีบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้องกับระบบรถไฟ ซึ่งมักเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รถไฟล่าช้าและส่งผลกระทบต่อการเดินทาง แล้วอุบัติเหตุเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ? และสถานีรถไฟไหนที่เกิดอุบัติเหตุแบบนี้บ่อยที่สุด ? เราจะพาไปดูข้อมูลที่น่าสนใจกันค่ะ
แต่ละปีเกิดเหตุ jinshin jiko มากกว่า 300 ครั้ง!

มีข้อมูลว่าทั่วประเทศญี่ปุ่นเกิดเหตุ jinshin jiko ที่เกี่ยวข้องกับรถไฟมากกว่า 300 ครั้งต่อปี ปัจจุบันถือว่ามีแนวโน้มลดลงหากเทียบกับในอดีต แต่หลังจากช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในบางพื้นที่กลับเริ่มพบจำนวนเหตุการณ์นี้เพิ่มขึ้นทีละน้อยอีกครั้ง
jinshin jiko เกิดจากสาเหตุใดบ้าง ?

jinshin jiko ที่เกิดขึ้นกับรถไฟนั้นมีสาเหตุและปัจจัยหลายประการ เช่น
1. เซ เสียหลัก หรือพลัดตกจากอาการไม่สบาย
2. เมาสุราจนพลัดตกลงไปบนรางและถูกรถไฟชน
3. ถูกผู้อื่นชนจนพลัดตกจากชานชาลาและถูกรถไฟชน
4. ผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นพลัดตกลงไปบนราง
5. กระโดดลงไปบนรางด้วยตนเองและถูกรถไฟชน
โดยเฉพาะสถานีที่อยู่ใกล้ย่านร้านอาหารและสถานบันเทิง มักพบเหตุ jinshin jiko ในช่วงเวลากลางคืนจากผู้โดยสารที่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปจนมึนเมาและพลัดตกจากชานชาลาลงไปบนรางรถไฟ และสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อุบัติเหตุนี้เพิ่มขึ้นหลังช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจมาจากความเครียดหรือความทุกข์ใจในด้านความสัมพันธ์กับคนรอบตัว
นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ผู้โดยสารมีอาการป่วยหรือเสียหลัก แล้วไปชนกับคนรอบข้างจนพลัดตกจากชานชาลาได้เช่นกัน ดังนั้น หากรู้สึกไม่สบาย ควรพักผ่อนอยู่ที่บ้านก่อน แต่หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและเลือกเดินบริเวณช่วงกลางของชานชาลาแทนการเดินใกล้ขอบชานชาลา
5 อันดับสถานีที่เกิด jinshin jiko มากที่สุด

จากข้อมูลเหตุการณ์ jinshin jiko ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2020 – 2024 ทั่วประเทศญี่ปุ่น มาดู 5 สถานีที่เกิดเหตุบ่อยที่สุดกันค่ะ
อันดับ 5 : สถานี Ofuna (大船駅)
สถานี Ofuna (大船駅) ในเมืองคามาคุระ จังหวัดคานางาวะ เป็นหนึ่งในสถานีที่พบเหตุ jinshin jiko ได้ค่อนข้างบ่อย เนื่องจากเป็นสถานีที่มีรถไฟหลายสายให้บริการ ทั้งสาย JR โยโกสุกะ, สาย JR โทไกโด, สายโชนัน–ชินจูกุ, สายเนกิชิ และสายโยโกฮามะ รวมถึงโมโนเรล หากเกิดเหตุ jinshin jiko ก็อาจทำให้เกิดความล่าช้าเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ได้
อันดับ 4 : สถานี Funabashi (船橋駅)
สถานี Funabashi (船橋駅) ในจังหวัดชิบะ เป็นอีกหนึ่งสถานีที่มีแนวโน้มเกิดเหตุ jinshin jiko ค่อนข้างบ่อย โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีร้านกินดื่มอยู่เป็นจำนวนมาก จึงสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับผู้โดยสารที่ดื่มมากเกินไปจนเกิดอาการมึนเมาและพลัดตกจากชานชาลา นอกจากนี้ ฟุนาบาชิยังเป็นเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่จำนวนมากและเดินทางเข้าโตเกียวทุกวัน จึงอาจเกิดความเครียดจากการทำงานหรือการเรียน ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุ jinshin jiko
อันดับ 3 : สถานี Yokohama (横浜駅)
สถานี Yokohama (横浜駅) เป็นสถานีที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในจังหวัดคานางาวะ อีกทั้งบริเวณโดยรอบยังเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าต่าง ๆ มากมาย จึงเป็นจุดที่มีผู้คนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก และด้วยจำนวนผู้ใช้บริการที่หนาแน่น จึงอาจเกิดกรณีที่ผู้โดยสารเดินชนกันบนชานชาลา ทำให้พลัดตกลงไปบนรางและเกิดเหตุ jinshin jiko ได้
อันดับ 2 : สถานี Kawasaki (川崎駅)
สถานี Kawasaki (川崎駅) มีจำนวนผู้ใช้บริการต่อวันมากเป็นอันดับ 3 ของจังหวัดคานางาวะ และบางช่วงเวลายังมีผู้คนหนาแน่นเป็นพิเศษ หากผู้โดยสารเกิดอาการป่วยหรือเกิดเสียหลักจนเผลอไปชนกับคนรอบข้าง ก็อาจพลัดตกลงไปบนรางรถไฟได้ นอกจากนี้ บริเวณรอบสถานียังเป็นย่านร้านอาหารและร้านกินดื่ม ทำให้ในช่วงกลางคืนมีผู้โดยสารที่อยู่ในอาการมึนเมาและพลัดตกลงไปบนรางได้เช่นกัน
อันดับ 1 : สถานี Shinjuku (新宿駅)
สถานี Shinjuku (新宿駅) ขึ้นชื่อมานานว่าเป็นสถานีที่เกิดเหตุ jinshin jiko บ่อยมาก โดยสาเหตุหนึ่งมาจากจำนวนผู้ใช้บริการที่หนาแน่นจนติดอันดับสถานีที่มีผู้โดยสารมากที่สุดในโลก อีกทั้งในบางชานชาลาก็ยังไม่มีประตูกั้นชานชาลาติดตั้งไว้ เมื่อมีผู้คนหนาแน่นก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่ผู้โดยสารจะถูกเบียดหรือชนกันจนเสียหลักและพลัดตกจากชานชาลาได้ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สถานีนี้มีแนวโน้มเกิดเหตุ jinshin jiko มากที่สุด
ข้อควรระวังขณะอยู่บนชานชาลา

เมื่อมองจากภาพรวม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เหตุ jinshin jiko ที่เกี่ยวกับรถไฟมีแนวโน้มเกิดขึ้นในโตเกียวและพื้นที่โดยรอบเพิ่มมากขึ้น โดยสาเหตุที่พบได้บ่อยคือการพลัดตกจากการถูกเบียดหรือชน รวมถึงการพลัดตกในขณะมึนเมา สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ ที่ไปใช้บริการรถไฟที่ญี่ปุ่น แนะนำให้เดินบริเวณช่วงกลางของชานชาลาและหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ขอบชานชาลาเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และหากดื่มแอลกอฮอล์มาหรือรู้สึกไม่สบาย ควรเลือกใช้แท็กซี่หรือวิธีเดินทางอื่นที่ปลอดภัยกว่านะคะ
สรุปเนื้อหาจาก shufuse