จังหวัดยามานาชิ ประกาศนโยบายใหม่เพื่อรับมือกับอุบัติเหตุบนภูเขาฟูจิใน ‘ช่วงปิดฤดูกาลท่องเที่ยว’ (เดือนกันยายนถึงมิถุนายนของปีถัดไป) โดยเตรียมจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือด้วยเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัด จากเดิมที่เป็นบริการฟรีของภาครัฐ
ภายใต้ระบบใหม่ จังหวัดจะกำหนดให้ผู้ที่จะปีนเขาตั้งแต่ชั้น 6 ขึ้นไปในช่วงปิดฤดูกาล ‘ต้องยื่นเอกสารแจ้งแผนการปีนเขาล่วงหน้า’ หากนักปีนเขาไม่ได้ยื่นเอกสารแล้วเกิดประสบภัยจนต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ จะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการช่วยเหลือทันที แต่หากมีการยื่นเอกสารและเตรียมมาตรการความปลอดภัยอย่างถูกต้อง ก็จะได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนค่าใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม แม้จะยื่นเอกสารแล้ว แต่หากผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าอุปกรณ์หรือแผนการเดินทางเข้าข่ายประมาทและเสี่ยงอันตราย ก็อาจถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายด้วยเช่นกัน
นอกจากมาตรการทางกฎหมายแล้ว ทางจังหวัดยังเตรียมยกระดับการป้องกันทางกายภาพบริเวณจุดทางขึ้นชั้น 5 ด้วยการเสริมความแข็งแรงและขยายแผงกั้นเพิ่มเติม พร้อมติดตั้งไฟหมุนและเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวที่จะส่งเสียงเตือนทันทีที่มีคนแอบเข้าไป
โดยมาตรการนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อยับยั้งกลุ่มนักปีนเขาที่ฝ่าฝืนคำเตือนภัยและปีนเขาอย่างประมาท ซึ่งรวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ประสบเหตุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยตั้งเป้าจะเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2027 เป็นต้นไป และนับเป็นจังหวัดที่ 2 ของญี่ปุ่นถัดจากไซตามะที่มีระบบจัดเก็บค่าช่วยเหลือนี้ โดยไซตามะมีการเรียกเก็บเงิน 8,000 เยนต่อระยะเวลาบินทุก ๆ 5 นาทีในพื้นที่ภูเขาบางส่วน
ขณะเดียวกัน จังหวัดชิซูโอกะซึ่งดูแลพื้นที่ภูเขาฟูจิอีกฝั่ง ก็กำลังเตรียมบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่ยื่นเอกสารแจ้งปีนเขาเช่นกัน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดยามานาชิเน้นย้ำว่า การปีนเขาแบบเสี่ยงอันตรายในฤดูหนาวไม่เพียงแต่ทำร้ายตัวเอง แต่ยังนำชีวิตของเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปเสี่ยงโดยไม่จำเป็นอีกด้วย