สำนักงานเด็กและครอบครัวของญี่ปุ่น (Children and Families Agency) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ช่วงอายุ 15–39 ปี จำนวนประมาณ 100,000 คน พบว่า 35.1% ของผู้ที่ยังไม่ได้แต่งงานตอบว่า ‘ไม่คิดที่จะแต่งงาน’ ซึ่งสูงใกล้เคียงกับกลุ่มที่ตั้งใจจะแต่งงานในอนาคต (37.5%) สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมของคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ที่เริ่มมองว่าการครองโสดไม่ใช่เรื่องแปลก และการแต่งงานไม่ได้เป็นเป้าหมายหลักในชีวิตอีกต่อไป
สำหรับอุปสรรคของการแต่งงานที่ถูกยกขึ้นมามากที่สุด คือ ‘กังวลเรื่องความมั่นคงทางการเงินในการใช้ชีวิตคู่’ คิดเป็น 40.0% รองลงมาคือ ‘กลัวเสียเวลาส่วนตัวและเวลางานอดิเรก’ คิดเป็น 34.4% และ ‘ยังไม่เจอคนที่อยากแต่งงานด้วย’ คิดเป็น 32.6%
ขณะเดียวกัน เมื่อสอบถามถึงสิ่งที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญมากกว่าการแต่งงาน พบว่า ‘การสนุกกับเวลาว่างและงานอดิเรก’ มีสัดส่วนสูงเกินครึ่งในทุกช่วงอายุโดยไม่จำกัดเพศ

นอกจากประเด็นเรื่องการแต่งงานแล้ว ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงความรู้สึกโดดเดี่ยวของคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนโสดวัย 35–39 ปี ที่ตอบว่ารู้สึกไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนสูงเกิน 70% และรู้สึกถูกทิ้งไว้ข้างหลังมากกว่า 60%
ยิ่งไปกว่านั้น อิทธิพลของโซเชียลมีเดียยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงญี่ปุ่นอายุ 15–19 ปี ที่ยอมรับว่า ‘รู้สึกดิ่งเมื่อเห็นโพสต์บน SNS แล้วนำมาเปรียบเทียบกับตนเอง’ สูงถึง 58.4% และเริ่มมีผู้คนราว 10% หันไปพึ่งพา Generative AI เพื่อระบายปัญหาที่ไม่สามารถบอกใครได้อีกด้วย