เมื่อเวลาประมาณ 10:46 น. ของวันที่ 20 สิงหาคม เกิดอุบัติเหตุน่าสลดบนสายรถไฟโทบุ นิกโก เมื่อรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ‘สเปเชีย เอ็กซ์’ (Spacia X) มุ่งหน้าไปอาซากุสะ ชนกลุ่มคนงานชายวัย 50-60 ปี เสียชีวิต 4 ราย ขณะกำลังกำจัดวัชพืชบริเวณรางรถไฟ ณ สถานีชิน-คานุมะ จังหวัดโทจิกิ
เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ต้องยกเลิกเที่ยวรถไฟ 33 ขบวน กระทบผู้โดยสารกว่า 2,600 คน ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเข้มในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ผู้บริหารบริษัทรถไฟโทบุ (Tobu Railway) ได้จัดแถลงข่าวโค้งคำนับขอโทษต่อสาธารณชน พร้อมชี้แจงว่า ชนวนเหตุสำคัญอาจมาจาก ‘ความผิดพลาดในการสื่อสาร’ ของกลุ่มเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง โดยตามขั้นตอนปกติ เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังช่วงกลาง ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 315 เมตร มีหน้าที่ส่งสัญญาณแจ้งเตือนและอนุญาตให้รถไฟผ่าน ส่วนเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังจุดห่างคนงาน 80 เมตร มีหน้าที่สั่งคนงานอพยพ และแจ้งยืนยันความปลอดภัยกลับไปให้เจ้าหน้าที่ช่วงกลาง
ทว่าในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังช่วงกลางกลับระบุว่าตนเอง “อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถสื่อสารเข้าใจกันได้” ขณะที่คนขับรถไฟให้การว่า เห็นสัญญาณยืนยันความปลอดภัยจากหนึ่งในเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง จึงบีบแตรและเคลื่อนขบวนเข้าสถานีตามปกติ ก่อนจะพบคนงานในระยะกระชั้นชิดจนกดเบรกไม่ทัน

โดยบริษัทระบุว่ายังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนใด จึงมีการส่งสัญญาณความปลอดภัยออกไปทั้งที่ยังมีคนงานปฏิบัติงานอยู่ พร้อมร่วมมือกับคณะกรรมการความปลอดภัยทางการขนส่ง (JTSB) เพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยและไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียเช่นนี้ซ้ำอีก
ทั้งนี้ สถิติจาก JTSB ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2009 เคยเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนคนงานเสียชีวิตมาแล้วถึง 10 ครั้ง และเกือบทั้งหมดเกิดจากการเฝ้าระวังที่ไม่รัดกุมพอ ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ได้จุดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมญี่ปุ่นถึงความผิดพลาดอย่างร้ายแรงของระบบความปลอดภัยในการทำงานช่วงกลางวันด้วย
