แผนกสืบสวนพิเศษของกรมตำรวจนครบาลโตเกียว จับกุมนายสึดะ มาซาโตะ (อายุ 41 ปี) ชายว่างงานไม่เป็นหลักแหล่ง ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์สิน หลังร่วมมือกับพวกแอบอ้างเป็นลูกชายโทรศัพท์ไปหลอกหญิงชราวัย 80 กว่าปีในโตเกียวเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2025 ว่า “ต้องใช้เงินรักษาโรคที่คอด่วน” จนเหยื่อหลงเชื่อสูญเงินสดไป 8 ล้านเยน
เงินสดจำนวนดังกล่าว ถูกนำไปฝากไว้ชั่วคราวใน ‘กล่องรับพัสดุ’ ของบ้านพักข้าราชการพลเรือนในเขตเนริมา ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหยื่อ โดยมีเยาวชนชายอายุ 19 ปี (ในขณะนั้น) ทำหน้าที่เป็นคนรับเงินนำมาหย่อนไว้ (ปัจจุบันอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในชั้นศาล) ก่อนที่นายสึดะจะเดินทางมาเก็บกู้เงินดังกล่าวไปในภายหลัง
ตำรวจคาดว่านายสึดะและเครือข่าย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงในลักษณะนี้ราว 40 คดี ในช่วงมกราคมถึงกันยายน ปี 2025 มูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 112 ล้านเยน โดยมีการใช้ ‘กล่องรับพัสดุ’ ของอาคารที่พักอาศัยรวมกว่า 10 แห่งเป็นจุดพักเงิน คาดว่านายสึดะทำหน้าที่ขับรถตระเวนเก็บกู้เงิน และอาจใช้กล่องเหล่านี้เป็นจุดส่งมอบส่วนแบ่งค่าจ้างให้คนวิ่งรับเงินด้วย ทั้งนี้ ตำรวจยังไม่เปิดเผยคำให้การว่าผู้ต้องสงสัยให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 29 มิถุนายน และ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตำรวจยังได้จับกุมชายหญิงสัญชาติจีนวัย 30 กว่าปีรวม 3 คน ในข้อหาลักทรัพย์ โดยทั้ง 3 คนเป็นสมาชิกของอีกแก๊งหนึ่งที่มีพฤติการณ์สลับกันเดินทางจากประเทศจีนเข้าญี่ปุ่นในระยะสั้น เพื่อมาเก็บกู้บัตรเอทีเอ็มของเหยื่อจากกล่องรับพัสดุตามแมนชันและอพาร์ตเมนต์ในเขตเอโดงาวะ ก่อนนำไปตระเวนกดเงินสดครั้งละ 1.7 แสนถึง 2.9 แสนเยนจากตู้เอทีเอ็มในร้านสะดวกซื้อ ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนที่ผ่านมา แล้วนำเงินกลับมาใส่ไว้ในกล่องรับพัสดุอีกครั้งเพื่อส่งมอบต่อให้สมาชิกคนอื่น คาดว่าแก๊งนี้ก่อเหตุมาแล้วราว 30 คดี มูลค่าความเสียหายประมาณ 26 ล้านเยน
ปัจจุบัน กรมตำรวจนครบาลโตเกียวได้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง และอยู่ระหว่างขยายผลการสืบสวน โดยระบุว่ากล่องรับพัสดุที่ตั้งอยู่ในอาคารที่พักอาศัยรวมที่ไม่มีกล้องวงจรปิดหรือระบบประตูล็อกอัตโนมัติ กำลังตกเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพในขณะนี้