สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่ ‘โอกาซากิ อาซาฮิ’ หญิงวัย 20 ปีในเมืองคาวาซากิ จังหวัดคานากาวะ ถูกอดีตแฟนหนุ่ม ‘ชิราอิ ฮิเดยูกิ’ วัย 27 ปี ฆาตกรรม และนำศพซ่อนในกระเป๋าไว้ใต้พื้นบ้านพักของตน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กันยายน สำนักงานตำรวจจังหวัดคานากาวะได้ออกมายอมรับว่า มีความบกพร่องในการรับมือในระดับองค์กร พร้อมทั้งเปิดเผยผลการตรวจสอบว่า “ระบบการรับมือคดีสตอล์กเกอร์และคดีลักษณะใกล้เคียง เสื่อมถอยจนไร้ประสิทธิภาพ”

จุดบกพร่องสำคัญ มี 2 ประเด็น คือ
- เดือนตุลาคมปีที่แล้ว: น.ส.โอกาซากิได้แจ้งตำรวจว่า ถูกชิราอิตามตื้อ และมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพชายรายนี้ปีนรั้วเข้ามาในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน
ตำรวจแม้จะพิจารณาออกคำสั่งห้ามเข้าใกล้ในเดือนพฤศจิกายน แต่เมื่อเห็นว่า ‘ทั้งคู่เหมือนจะกลับมาคืนดี’ จึงสรุปว่าเรื่องยุติแล้ว โดยรายงานชี้ว่า “ตำรวจด่วนสรุปไปเองว่าเรื่องจบ ทั้งที่อันตรายยังคงอยู่”
- เดือนธันวาคม ก่อนหายตัวไป: น.ส.โอกาซากิได้ส่งสัญญาณ SOS ด้วยการโทรศัพท์ไปยังสถานีตำรวจคาวาซากิ รินโค ถึง 9 ครั้ง เพื่อแจ้งว่า “ชิราอิกำลังวนเวียนอยู่ใกล้บ้าน”
แต่ตำรวจกลับ ไม่ได้บันทึกแม้แต่เนื้อหาการโทร และรายงานระบุว่า “เจ้าหน้าที่ทุกนายที่รับเรื่อง ประเมินความเสี่ยงและความเร่งด่วนต่ำกว่าความเป็นจริง”

พล.ต.ท.วาดะ คาโอรุ ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจจังหวัดคานากาวะ แถลงในวันที่ 4 ว่า “ตำรวจขอรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ร้ายแรงที่ผู้หญิงซึ่งเข้ามาปรึกษากลับถูกฆาตกรรม ผมต้องขออภัยอย่างสุดซึ้งต่อการรับมือที่ไม่เหมาะสม และขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเธอจากใจจริง”

เขายอมรับว่าปัญหาเกิดจากโครงสร้างการทำงานที่เสื่อมถอยจนเหลือเพียงรูปแบบและเผยว่าเพิ่งถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติตักเตือนด้วยวาจาในฐานะผู้บัญชาการสูงสุด
ทั้งนี้ พล.ต.ท.วาดะ ยังเปิดเผยด้วยว่า เขาได้เข้าพบและกล่าวคำขอโทษต่อบิดาของผู้เสียชีวิตโดยตรงแล้ว เมื่อวันที่ 3 ขณะที่นายเท็ตสึยะ บิดาของผู้เสียชีวิต ได้เปิดใจด้วยความเจ็บปวด “ถึงจะมาขอโทษ ลูกสาวก็ไม่อาจฟื้นกลับมาได้… ถ้าตำรวจรับมืออย่างจริงจังตั้งแต่แรก คงไม่ลงเอยด้วยผลลัพธ์เช่นนี้ ผมหวังว่าจะไม่มีใครต้องเผชิญชะตากรรมเหมือนลูกสาวของผมอีก”

อย่างไรก็ตาม ตำรวจจังหวัดคานากาวะได้ลงโทษเจ้าหน้าที่รวม 40 นาย โดยมีผู้บริหารสถานีตำรวจคาวาซากิ รินโค 5 นายถูกลงโทษทางวินัย บางรายถูกลดเงินเดือน 10% เป็นเวลา 1 เดือน ฐานบกพร่องในการสั่งการ ขณะที่เจ้าหน้าที่อีก 35 คน รวมถึงอดีตตำรวจที่เกษียณไปแล้ว ก็ถูกลงโทษจากความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน