ศูนย์สนับสนุนมาตรการป้องกันการฆ่าตัวตายของญี่ปุ่น ‘Lifelink’ เปิดเผยผลสำรวจผู้ใช้งานพื้นที่บนเว็บชื่อ ‘Kakurete Shimaeba Ii no desu’ (kakurega.lifelink.or.jp) ซึ่งเปิดขึ้นเพื่อเป็นที่พักพิงทางใจแก่เยาวชน พบสถิติที่น่ากังวลว่า มีนักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายถึง 43% ที่รู้สึก ‘อยากตายหรืออยากหายไป’ แทบทุกวัน และอีกราว 25% รู้สึกเช่นนี้อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
เมื่อสอบถามถึง ‘ที่ปรึกษา’ ในยามที่ไม่สามารถรับมือกับความรู้สึกเหนื่อยล้าทางใจได้ พบว่ากลุ่มนักเรียนเกินครึ่งเลือกปรึกษา ‘Generative AI’ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายที่ 1 ใน 2 คนยอมรับว่าใช้ AI ปรึกษาปัญหาใจเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยเหตุผลหลักคือ ‘เพราะ AI รับฟังโดยไม่ตัดสินหรือตำหนิ’ ในขณะที่มีเด็กเพียง 14% เท่านั้นที่เลือกปรึกษา ‘ผู้ใหญ่ใกล้ตัว’ อย่างครอบครัวหรือครู
สำหรับปัจจัยที่ทำให้เด็กๆ ไม่กล้าหันหน้าไปหาคนรอบข้าง ส่วนใหญ่ระบุว่า ‘กลัวการถูกปฏิเสธหรือถูกตำหนิ’ และ ‘เชื่อว่าพูดไปก็คงไม่มีใครเข้าใจ’
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น (MHLW) ระบุว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา มีนักเรียนญี่ปุ่นฆ่าตัวตายสูงถึง 532 ราย (ตัวเลขเบื้องต้น) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯ ได้รณรงค์ให้ผู้ที่มีความกังวลเข้ามาปรึกษาผ่านช่องทางที่ไม่ระบุตัวตน ทั้งสายด่วนและช่องทางออนไลน์อย่าง LINE หรือ SNS ต่างๆ เพื่อมอบพื้นที่ปลอดภัยที่ทุกคนสามารถพูดคุยได้อย่างสบายใจ