บริษัทมูนมูน จำกัด ผู้ให้บริการสื่อด้านการนอนหลับ ‘ไคมินแลนด์ (快眠ランド)’ ของญี่ปุ่น เปิดเผยผลสำรวจเกี่ยวกับ ‘การใช้สมาร์ตโฟนก่อนนอนและผลกระทบต่อการนอนหลับ’ จากกลุ่มตัวอย่างชายหญิงวัย 20-70 ปี จำนวน 300 คน
ผลสำรวจพบว่า 69.0% ใช้สมาร์ตโฟนก่อนนอนทุกวัน ซึ่งสะท้อนว่าการเล่นมือถือก่อนเข้านอนกลายเป็นพฤติกรรมที่ฝังแน่นจนแทบเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ขณะที่กลุ่มที่ ‘ไม่ใช้เลย’ มีเพียง 4.7% ถือเป็นส่วนน้อยมาก
ด้านกิจกรรมที่ทำบนสมาร์ตโฟนก่อนหลับของคนญี่ปุ่น อันดับสูงสุดคือ ‘เล่นโซเชียล’ 28.2% และ ‘ดูวิดีโอ’ 22.3% ซึ่งล้วนเป็นพฤติกรรมที่มีสิ่งกระตุ้นสมองสูงและไปกระจุกตัวในช่วงก่อนหลับพอดี โดยเฉพาะการไถฟีด SNS ที่ ‘หยุดยาก ไม่มีจุดจบ’ อาจส่งผลต่อรูปแบบการนอนหลับได้โดยตรง

เรื่องผลกระทบต่อการนอน พบว่า 65.0% ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกว่า ‘ได้รับผลกระทบ’ (รวมระดับเล็กน้อยและมาก) ทั้งปัญหาหลับยากกว่าปกติและคุณภาพการนอนที่ลดลง สะท้อนว่าหลายคนรับรู้ถึงผลเสียจากการเล่นสมาร์ตโฟนก่อนนอนอย่างกว้างขวาง
สำหรับเหตุผลที่ ‘แม้รู้ว่ามีผลเสียแต่ยังหยุดไม่ได้’ มากที่สุดคือ กลายเป็นนิสัยแล้ว (29.5%) รองลงมาคือ เผลอหยิบมาเล่น (19.2%), ต้องใช้หาข้อมูล (16.3%), และ ใช้ฆ่าเวลา (13.4%)
ส่วนวิธีรับมือเพื่อพยายามนอนโดยไม่แตะมือถือของคนญี่ปุ่น ได้แก่ สร้างกิจวัตรอื่นก่อนนอน เช่น อ่านหนังสือหรือยืดเส้น (17.7%), ตั้งกฎจำกัดการใช้มือถือก่อนนอน (15.6%) และ วางมือถือไว้ในที่เอื้อมไม่ถึง (15.4%) อย่างไรก็ตาม คำตอบที่มากที่สุดกลับเป็น ‘ไม่ทำอะไรเป็นพิเศษ’ (25.4%) แสดงให้เห็นว่าหลายคนแม้จะรู้ผลเสีย แต่ก็ยังไม่ลงมือแก้ไขพฤติกรรมนี้อย่างจริงจัง