บริษัท ResMed ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ในประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยผลสำรวจ ‘ResMed Global Sleep Survey 2026’ จากกลุ่มตัวอย่างประมาณ 30,000 คนใน 13 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย และญี่ปุ่น ซึ่งจัดทำขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2025 ถึงมกราคม 2026
ผลสำรวจระบุว่า ระยะเวลาการนอนหลับเฉลี่ยของคนญี่ปุ่นอยู่ที่ ‘6 ชั่วโมง 23 นาที’ ซึ่งรั้งอันดับสุดท้ายของโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 4 โดยกลุ่มที่นอนเพียง ‘6 ชั่วโมง’ มีจำนวนมากที่สุดถึง 34.4% ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานโลกที่ส่วนใหญ่นอนกัน 7-8 ชั่วโมงอย่างมาก นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่ ‘นอนหลับไม่สนิทเลยแม้แต่วันเดียวในรอบสัปดาห์’ มีสัดส่วนถึง 8.3% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก (5.1%)
เมื่อถามถึงกิจวัตรเพื่อช่วยให้หลับสบาย คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ถึง 38.4% กลับตอบว่า ‘ไม่ได้ทำอะไรเลย’ (ค่าเฉลี่ยโลก 17.9%) นอกจากนี้ ความตระหนักรู้เรื่องการนอนของชาวญี่ปุ่นยังอยู่ในระดับต่ำ โดยผู้ที่ทราบว่า ‘การนอนที่มีคุณภาพช่วยยืดอายุขัย’ มีเพียง 63.0% (ค่าเฉลี่ยโลก 84.0%) และผู้ที่รู้ว่า ‘การนอนไม่พอเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง’ มีเพียง 60.3% (ค่าเฉลี่ยโลก 77.1%) ซึ่งทั้งสองหัวข้อนี้ญี่ปุ่นล้วนรั้งอันดับสุดท้ายของโลกด้วยเช่นกัน โดยข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะเผชิญปัญหาการนอนเข้าขั้นวิกฤต แต่คนญี่ปุ่นกลับยังไม่กระตือรือร้นในการลุกขึ้นมาปรับปรุงพฤติกรรมการนอนของตนเองเท่าที่ควร

นอกจากปัญหาเรื่องส่วนบุคคลแล้ว วัฒนธรรมในที่ทำงานของญี่ปุ่นยังมีส่วนซ้ำเติมวิกฤตนี้ โดยสัดส่วนของผู้ที่ตอบว่า ‘หัวหน้าใส่ใจสุขภาพโดยรวมของฉัน’ ในญี่ปุ่นมีเพียง 26% (ค่าเฉลี่ยโลก 46%) ขณะที่คำถามว่า ‘เคยลาป่วยเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอหรือไม่?’ คนญี่ปุ่นถึง 62% กลับตอบว่า ‘ไม่เคยเลย’ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยโลก (30%)
สถิติดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าคนญี่ปุ่นอาจกำลังตกอยู่ในภาวะ ‘Presenteeism’ หรือการฝืนมาทำงานทั้งที่สภาพร่างกายไม่พร้อม ซึ่งเป็นแนวคิดที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ใช้เรียกสภาวะที่ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงเนื่องจากพนักงานต้องปฏิบัติงานในขณะที่มีปัญหาทางสุขภาพทั้งกายและใจนั่นเอง