นายนีนามิ ทาเคชิ อดีตประธานกรรมการและซีอีโอของบริษัท ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ (Suntory Holdings) จัดแถลงข่าวเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 3 กันยายน เพื่ออธิบายรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังถูกตำรวจสอบสวนเกี่ยวกับประเด็นยาเสพติดผิดกฎหมาย
เขาชี้แจงว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกสงสัยว่ามีสาร THC เป็นสินค้าที่ตนซื้อมาจากสหรัฐฯ โดยเชื่อว่าเป็นสินค้าที่ถูกกฎหมาย และเป็นยี่ห้อเดียวกันกับที่มีจำหน่ายในญี่ปุ่นด้วย
นีนามิระบุว่า เขาฝากให้ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นบุคคลมีชื่อเสียง และเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพของคนดัง ช่วยนำกลับมาแทน เนื่องจากเขาต้องเดินทางกลับผ่านดูไบ หญิงคนดังกล่าวได้นำผลิตภัณฑ์กลับมาอย่างเปิดเผยโดยการหิ้วขึ้นเครื่อง และจัดส่งมายังบ้านพักของเขา แต่ครอบครัวปฏิเสธการรับสินค้า จึงถูกส่งต่อให้น้องชายของนีนามิที่จังหวัดฟุกุโอกะเพื่อให้ช่วยนำส่งอีกทอดหนึ่ง แต่ปรากฏว่าน้องชายถูกตำรวจจับกุม
นายนีนามิยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน และตนเองก็ไม่ทราบรายละเอียดล่วงหน้า อีกทั้งยังไม่ชัดเจนด้วยซ้ำว่าผลิตภัณฑ์ที่ถูกกล่าวหานั้นเป็นสิ่งเดียวกับที่เขาซื้อจากสหรัฐฯ หรือไม่ โดยเฉพาะกรณี ‘ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารล็อตที่ 2’ ที่กลายเป็นจุดสงสัยในคดีครั้งนี้
ซึ่งเขาระบุสิ่งที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารล็อตดังกล่าวไว้ 3 ประเด็นคือ
- เขาไม่ได้ครอบครองหรือใช้ภายในประเทศญี่ปุ่น
- ไม่ใช่สิ่งที่เขาสั่งให้นำเข้ามา
- แม้แต่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารล็อตแรกที่ซื้อในอเมริกา ด้วยความเชื่อว่าเป็นสินค้าถูกกฎหมาย ก็ยังไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นชนิดเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหา เพราะเขาไม่เคยเห็นของจริง

นีนามิกล่าว พร้อมยืนยันว่า
“ผมไม่ได้ทำผิดกฎหมายและเชื่อว่าตนเองบริสุทธิ์ อย่างไรก็ตาม การซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ถือเป็นความไม่รอบคอบของผมเอง และผมต้องขออภัยต่อสังคมที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย”
ต่อคำถามของสื่อถึงเหตุผลที่ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว นีนามิกล่าวว่า “ผมได้อ่านฉลากของผลิตภัณฑ์ CBD แล้ว ซึ่งไม่พบข้อความใดระบุว่ามีส่วนผสมผิดกฎหมาย อีกทั้งบุคคลมีชื่อเสียงที่ดูแลสุขภาพให้ผมก็บอกว่า ‘ไม่เป็นปัญหา’ และทั้งเขาและลูกสาวก็ยังบริโภคผลิตภัณฑ์นี้อยู่ จึงทำให้ผมตัดสินใจซื้อ”
สำหรับเหตุผลที่ลาออกจากตำแหน่งประธานซันโทรี่ เขาอธิบายว่า “บริษัทซันโทรี่มีธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คณะกรรมการจึงแนะนำให้ผมลาออกเพื่อไม่ให้กระทบต่อองค์กร ส่วนในมุมของวงการเศรษฐกิจ ผมยังเชื่อว่าตนเองบริสุทธิ์”
นีนามิยังกล่าวถึงการตำแหน่งเลขาธิการใหญ่ของสมาคมเศรษฐกิจญี่ปุ่น (経済同友会) อีกว่า “ผมขอมอบให้เป็นไปตามกระบวนการที่โปร่งใสของสมาคม และในระหว่างนี้จะขอระงับการทำกิจกรรมไปก่อน” โดยจะมีนายอิวาอิ รองเลขาธิการใหญ่ ทำหน้าที่รักษาการแทนในช่วงเวลานี้