ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นออกโรงเตือน! หลัง ‘ภูเขาไฟซากุระจิมะ’ เกิดการปะทุครั้งใหญ่บริเวณปากปล่องด้านทิศใต้เมื่อช่วงก่อนตีหนึ่งของวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พ่นเถ้าถ่านและควันพุ่งสูงถึง 4,400 เมตร ทำให้สนามบินคาโกชิมะต้องยกเลิกเที่ยวบินกว่า 40 เที่ยว จากผลกระทบของเถ้าถ่านที่ปกคลุมพื้นที่ และยังส่งผลต่อกิจกรรมต่าง ๆ ในหลายเมืองด้วย
การระเบิดครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ 22 สิงหาคม 2025 และเป็นครั้งแรกที่เถ้าถ่านพุ่งสูงเกิน 4,000 เมตร ตั้งแต่ 18 ตุลาคม 2024 โดยหลังจากนั้น ยังมีการบันทึกการระเบิดเพิ่มอีก 3 ครั้งด้วย

ภูเขาไฟซากุระจิมะยังคงปะทุต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 16 เป็นต้นมา โดยในช่วงบ่ายของวันเดียวกันมีการปะทุอีกครั้ง ควันสูงราว 1,300 เมตร ถัดมาในช่วงก่อน 6 โมงเช้าของวันที่ 17 มีการระเบิดอีกครั้ง ควันพุ่งสูงราว 2,400 เมตร ก่อนจะปะทุเพิ่มอีกครั้งในช่วงก่อนบ่ายสอง ควันสูงประมาณ 1,300 เมตร ขณะที่วันที่ 18 ก็ยังเกิดการระเบิดหลายครั้ง โดยเสาควันสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 1,600 เมตร
ด้านนายอิงุจิ มาซาโตะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยป้องกันภัยจากภูเขาไฟซากุระจิมะ ระบุว่า “การปะทุเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี และระดับความรุนแรงครั้งนี้ก็อยู่ในช่วงที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงไม่ถือว่าผิดปกติ” แต่ก็ย้ำว่า “ไม่ควรลืมว่าการระเบิดครั้งใหญ่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต”

ปัจจุบันซากุระจิมะยังอยู่ภายใต้การเตือนภัยระดับ 3 (จำกัดการเข้าภูเขา) โดยทางการขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังจากหินภูเขาไฟขนาดใหญ่ ที่อาจพุ่งออกมา และกระแสไพโรคลาสติก (pyroclastic flow) ภายในรัศมีประมาณ 2 กิโลเมตรรอบปากปล่องด้วย