จากเหตุการณ์พบศพของเด็กชายอาดาจิ ยูกิ (อายุ 11 ปีขณะเกิดเหตุ) ในพื้นที่ป่าเมืองนันตัน จังหวัดเกียวโต ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตำรวจจังหวัดเกียวโตได้แจ้งข้อหาฆาตกรรมเพิ่มเติมกับพ่อบุญธรรมวัย 37 ปี (ซึ่งเดิมถูกจับกุมในข้อหาอำพรางศพ) หลังผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า “ได้ใช้สองมือบีบคอฆ่า” และยืนยันว่า “ลงมือกระทำเพียงลำพัง”
เด็กชายยูกิหายตัวไปหลังจากที่ผู้เป็นแม่เห็นเขาขณะรับประทานอาหารเช้าที่บ้านเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 มีนาคม ในวันนั้น พ่อบุญธรรมได้ขับรถพาเด็กชายมุ่งหน้าไปโรงเรียน แต่กลับไม่ได้ให้ลงรถที่โรงเรียนและขับวนกลับมาทางบ้าน ก่อนจะลงมือก่อเหตุฆาตกรรมโดยการบีบคอ ณ ห้องน้ำสาธารณะแห่งหนึ่งในเมือง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร
ในช่วงเวลาประมาณ 3 สัปดาห์นับจากวันเกิดเหตุจนถึงวันที่พบศพ (13 เมษายน) พ่อบุญธรรมได้เคลื่อนย้ายศพไปตามจุดต่าง ๆ อย่างน้อย 4 แห่ง ได้แก่ บริเวณภูเขาหลังบ้าน, ภูเขาจุดที่พบกระเป๋านักเรียน และภูเขาจุดที่พบรองเท้า ก่อนจะนำศพไปทิ้งในป่าจุดสุดท้าย นอกจากนี้ เขายังยอมรับว่าเป็นคนนำกระเป๋าและรองเท้าของเด็กชายไปโยนทิ้งด้วยตนเองเพื่ออำพรางคดี
ทั้งนี้ ทางตำรวจระบุว่า ผลการชันสูตรพลิกศพในตอนแรกไม่สามารถระบุสาเหตุการตายที่แน่ชัดได้ แต่จากการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญในภายหลังพบว่า “มีความเป็นไปได้สูงที่จะเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ”
นอกจากนี้ พ่อบุญธรรมยังได้ให้การระหว่างการสอบสวนก่อนถูกจับกุมถึงมูลเหตุจูงใจว่า “ถูกพูดใส่ว่า ‘ไม่ใช่พ่อแท้ ๆ สักหน่อย’ เลยรู้สึกโมโห แล้วบีบคอฆ่า”