กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการสังคมของญี่ปุ่น เปิดเผยผลสำรวจข้อมูลพื้นฐานการดำรงชีวิตของประชาชนประจำปี 2025 พบว่าในบรรดาครัวเรือนที่มีการดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่บ้าน สัดส่วนของครัวเรือนที่ผู้สูงวัยอายุ 75 ปีขึ้นไป ‘ต้องดูแลกันเองทั้งคู่’ พุ่งสูงถึง 37.1% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากผลสำรวจครั้งก่อนในปี 2022 และทำสถิติสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยสัดส่วนนี้ยังเติบโตขึ้นถึงประมาณ 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงปี 2001
ปัจจัยสำคัญมาจากประชากรกลุ่มเบเบี้บูมเมอร์เจเนอเรชันที่ 1 ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรยุคหลังสงครามโลกที่มีจำนวนมาก ได้ก้าวเข้าสู่วัย 75 ปีขึ้นไปพร้อม ๆ กัน ส่งผลให้เกิดภาวะ ‘ผู้สูงอายุดูแลผู้สูงอายุ’ (老老介護) ยิ่งทวีความรุนแรงและเกิดปัญหาตามมามากมาย เช่น การแบกรับภาระของผู้ดูแลที่หนักขึ้น ในกรณีที่อีกฝ่ายมีอาการป่วยทรุดหนักลง หรือตัวผู้ดูแลเองเริ่มมีภาวะสมองเสื่อม จนนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเกิด ‘ภาวะเหนื่อยล้า’ จนทรุดลงไปพร้อมกันทั้งคู่
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า ครัวเรือนผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปีขึ้นไป) มีสัดส่วนคิดเป็น 31.9% หรือประมาณ 17,546,000 ครัวเรือน จากจำนวนครัวเรือนทั้งหมดในญี่ปุ่น ซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยในจำนวนนี้มีผู้ที่ต้อง ‘ใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว’ สูงถึง 9,335,000 คน ซึ่งทุบสถิติสูงสุดใหม่ด้วยเช่นกัน (แบ่งเป็นผู้หญิงประมาณ 5.82 ล้านคน และผู้ชาย 3.51 ล้านคน) ซึ่งทางภาครัฐวิเคราะห์ว่า เป็นผลมาจากอายุขัยเฉลี่ยของประชากรที่ยืนยาวขึ้น ทำให้ผู้สูงอายุที่คู่สมรสเสียชีวิตและต้องอยู่ลำพังเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้การยกระดับระบบสนับสนุนช่วยเหลือเพื่อป้องกันปัญหาการโดดเดี่ยวกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนในญี่ปุ่นขณะนี้
สรุปเนื้อหาจาก : infoseek