จากเหตุการณ์ที่หญิงชรา 2 รายถูกพบนอนอยู่ในสภาพมีเลือดไหลภายในบ้านพักคนชรา เมืองสึรุกะชิมะ จังหวัดไซตามะ ล่าสุดมีรายงานว่า อดีตพนักงานชายผู้ต้องสงสัยให้การสารภาพว่า “ไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวกับผู้ตายทั้งสองคน”
เหตุเกิดเมื่อเวลา 4:55 น. ของวันที่ 15 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพนักงานหญิงของบ้านพักคนชรา Wakaba Nursing Home ว่า “มีหญิงสูงอายุ 2 รายซึ่งเป็นผู้พักอาศัยนอนอยู่ในสภาพมีเลือดไหล”
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบ นางโคบายาชิ โทชิโกะ อายุ 89 ปี และ นางอุเออิ อากิโกะ อายุ 89 ปี นอนอยู่บนเตียงในห้องแยกกันที่ชั้น 4 และ ชั้น 5 ของอาคาร ทั้งคู่มีเลือดไหลจากศีรษะและส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ผลชันสูตรเบื้องต้นชี้ว่า นางโคบายาชิเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจเนื่องจากถูกบีบคอ และมีบาดแผลจากของมีคมหลายจุดบริเวณลำตัวส่วนบน โดยเฉพาะบริเวณหน้าอก
ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดของบ้านพักคนชรา เผยให้เห็นชายต้องสงสัยเดินออกจากอาคารในช่วงกลางดึกถึงเช้ามืด ก่อนตำรวจเข้าจับกุม นายคิมูระ โทยะ อายุ 22 ปี อดีตพนักงานบ้านพักคนชราแห่งนี้ ซึ่งเคยทำงานจนถึงเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ภายในกระเป๋าของคิมูระพบมีดและอุปกรณ์ที่สามารถใช้บีบคอได้หลายชิ้น ทำให้ตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยมีเจตนาฆ่าอย่างแรงกล้า

ในส่วนของการเสียชีวิตของนางอุเออิ ตำรวจเชื่อว่าเป็นฝีมือของคิมูระเช่นกัน โดยระหว่างการสอบสวน คิมูระยอมรับว่า “เป็นคนลงมือบีบคอและแทงด้วยมีดขณะทั้งสองคนนอนอยู่บนเตียงจนเสียชีวิต” พร้อมย้ำว่า “ไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวกับทั้งสองคน”
ในเช้าวันเกิดเหตุ เขาปั่นจักรยานจากบ้านพักของตน ซึ่งอยู่ห่างจากสถานที่เกิดเหตุราว 20 กิโลเมตร โดยให้การว่า “ไม่มีเงินค่ารถไฟเลยใช้จักรยานมาแทน” ขณะถูกจับกุมพบว่าไม่มีเงินติดตัวเลย และยังให้การเพิ่มเติมว่า “ลาออกจากงานเพราะสุขภาพย่ำแย่” ขณะนี้ตำรวจยังคงสืบสวนอย่างละเอียดถึงเหตุผลและเส้นทางชีวิตของเขาตั้งแต่หลังลาออกจนถึงวันที่ก่อเหตุ