กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น เผยผลสำรวจพื้นฐานความเท่าเทียมในการจ้างงาน ประจำปีงบประมาณ 2025 จากสถานประกอบการที่มีพนักงานตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ประมาณ 6,300 แห่งทั่วประเทศ พบว่า อัตราการใช้สิทธิ์ลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรของผู้ชายพุ่งสูงถึง 50.9% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 10.4 จุดเปอร์เซ็นต์ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เกิน 50% และเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 13 ปีซ้อน ทำให้บรรลุเป้าหมายของรัฐบาลที่ตั้งไว้ว่า ‘จะดันให้ถึง 50% ภายในปี 2025’ ได้สำเร็จ
โดยปัจจัยหลักมาจากมาตรการภาครัฐ เช่น การบังคับให้บริษัทแจ้งสิทธิ์แก่พนักงาน และการเปิดตัวระบบ ‘ลาเลี้ยงดูบุตรหลังคลอดของคุณพ่อ’ ที่ยืดหยุ่นขึ้น รวมถึงการขยายตัวของผู้ใช้สิทธิ์ในบริษัทขนาดเล็ก ที่ช่วยดันภาพรวมทั้งหมดให้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราการลาของผู้หญิงยังคงสูงกว่ามากที่ 88.3% และยังมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในเรื่องของระยะเวลาการลา
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจความคิดเห็นของคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ (อายุ 15–39 ปี) ระบุว่า ผู้ที่ต้องการมีลูกส่วนใหญ่ปรารถนาจะใช้สิทธิ์ลาเลี้ยงลูก (หญิง 91.4% และชาย 83.5%) โดยกว่า 60% ตั้งใจจะช่วยกันเลี้ยงลูกอย่างจริงจังในระดับที่เท่าเทียมกัน สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมการเลี้ยงลูกของคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ที่เน้นการมีส่วนร่วมร่วมกันมากขึ้น
นอกจากนี้ ในฝั่งสถานการณ์การจ้างงานผู้หญิงของสังคมญี่ปุ่น ผลสำรวจยังพบว่า ในกลุ่มพนักงานหญิงประจำ มีสัดส่วนผู้ที่ทำงานใน ‘สายงานหลักที่ดูแลภาพรวม’ 41% และ ‘สายงานธุรการทั่วไป’ 40.1% ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่สัดส่วนของผู้หญิงในสายงานหลักสูงกว่าสายงานธุรการทั่วไป
สรุปเนื้อหาจาก : tv-asahi, tokyo-np, nikkansports