วันนี้ (7 สิงหาคม) กระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่นได้เปิดเผยรายงานและแนวปฏิบัติในการตีความทางกฎหมาย เพื่อคุ้มครอง ‘สิทธิในเสียง’ ของเหล่านักพากย์ ศิลปิน และคนดัง จากกรณีที่มีการนำเทคโนโลยี Generative AI ไปใช้สร้างคอนเทนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยระบุชัดเจนว่าเสียงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งบุคลิกภาพเฉพาะตัว และได้รับความคุ้มครองภายใต้ ‘สิทธิในชื่อเสียงและภาพลักษณ์ (Publicity Rights)’ เช่นเดียวกับใบหน้าหรือรูปถ่าย
สำหรับพฤติกรรมที่เข้าข่ายละเมิดกฎหมายอย่างชัดเจน คือการนำข้อมูลเสียงของนักพากย์หรือศิลปินไปสร้างเป็นเพลง สติ๊กเกอร์เสียง หนังสือเสียง หรือเสียงพากย์โฆษณา แล้วนำไปเผยแพร่บน SNS เพื่อสร้างรายได้ ซึ่งผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและสั่งระงับการเผยแพร่ได้ นอกจากนี้ ผู้ให้บริการระบบ Generative AI เอง หากรับรู้ถึงการละเมิดแต่ปล่อยปละละเลย ก็อาจต้องร่วมรับผิดชอบทางกฎหมายด้วยเช่นกัน
ในทางกลับกัน แนวปฏิบัตินี้ได้เว้นช่องว่างสำหรับการสร้างสรรค์ไว้ โดยระบุว่าหากเป็นการเลียนแบบหรือเลียนเสียง (物真似) ที่ผู้ฟังสามารถแยกแยะได้ทันทีว่าเป็นคนละคน ก็จะไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิ
ทั้งนี้ แม้รายงานฉบับนี้จะยังไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายโดยตรง แต่กระทรวงยุติธรรมคาดหวังว่าจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้งานนำไปใช้อ้างอิง เพื่อสร้างขอบเขตการใช้ AI ที่เป็นธรรมในวงการบันเทิงญี่ปุ่นต่อไป