กระทรวงการสื่อสารและการภายในของญี่ปุ่น ได้เปิดเผยข้อมูลประเมินประชากรเนื่องใน ‘วันเคารพผู้สูงอายุ’ (敬老の日) ซึ่งตรงกับวันที่ 21 กันยายน พบว่า ณ วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา จำนวนผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปในญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 20,000 คน รวมเป็น 36.24 ล้านคน (แบ่งเป็นหญิง 20.54 ล้านคน และชาย 15.71 ล้านคน) ส่งผลให้สัดส่วนผู้สูงอายุพุ่งสูงถึง 29.6% ของประชากรทั้งหมด โดยคาดการณ์ว่าสัดส่วนนี้จะขยับขึ้นไปสูงถึง 34.8% หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมดภายในปี 2040
ข้อมูลดังกล่าวนอกจากจะเป็น ‘สถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์’ นับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 1950 แล้ว ยังส่งผลให้ญี่ปุ่นครอง ‘อันดับ 1 ประเทศที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดในโลก’ ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างอิตาลี (25.6%) อันดับ 3 เยอรมนี (24.2%) รวมถึงเกาหลีใต้ (21.4%) และจีน (15.1%)

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้สูงอายุในญี่ปุ่นยังคงออกมาทำงานกันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยผลสำรวจกำลังแรงงานพบว่า มีผู้สูงอายุทำงานสูงถึง 9.43 ล้านคน คิดเป็นอัตราการทำงาน 26% (หรือหมายความว่าผู้สูงอายุทุก ๆ 4 คนจะมีคนที่ยังคงทำงานอยู่ 1 คน) ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 22 และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกัน
หากจำแนกตามช่วงอายุ พบว่ากลุ่มช่วงอายุ 65 ถึง 69 ปี มีอัตราการทำงานสูงถึง 54.5% รองลงมาคือช่วงอายุ 70 ถึง 74 ปี (36.2%) และกลุ่มช่วงอายุ 75 ปีขึ้นไป (12.6%)
ทางกระทรวงฯ วิเคราะห์ว่า ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาประชากรลดลงอย่างต่อเนื่องจนเกิดภาวะขาดแคลนแรงงานในหลายภาคธุรกิจ แนวโน้มการพึ่งพาแรงงานสูงวัยจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และคาดว่าจำนวนผู้สูงอายุที่เข้าสู่ตลาดแรงงานจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต