โซนี่-ฮอนด้า โมบิลิตี้ (Sony Honda Mobility) บริษัทร่วมทุนระหว่างฮอนด้าและโซนี่ ประกาศเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ได้ตัดสินใจยกเลิกการพัฒนาและการวางจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากความต้องการรถ EV ในสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ส่งผลให้ฮอนด้าในฐานะผู้รับจ้างผลิตต้องปรับทบทวนกลยุทธ์ EV ครั้งใหญ่ จนกระทบต่อความต่อเนื่องของแผนธุรกิจ โดยหลังจากนี้ทั้ง 3 บริษัท (ฮอนด้า, โซนี่ และโซนี่-ฮอนด้า โมบิลิตี้) จะร่วมหารือเพื่อหาทางออกและทิศทางของธุรกิจในอนาคตต่อไป
การยกเลิกในครั้งนี้ครอบคลุมถึงรุ่น ‘Afeela 1’ รถยนต์รุ่นเรือธงราคาเริ่มต้น 89,900 ดอลลาร์ ที่เดิมมีกำหนดเริ่มส่งมอบในอเมริกาเหนือภายในปี 2026 รวมถึงแผนการพัฒนารถ Afeela รุ่นที่ 2 ซึ่งมีกำหนดจำหน่ายในปี 2028 ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการคืนเงินจองเต็มจำนวนให้แก่ลูกค้าในสหรัฐฯ ที่ได้จองรถรุ่นแรกไว้แล้ว

สำหรับผลกระทบ ทางฮอนด้าประมาณการค่าใช้จ่ายและผลขาดทุนรวมที่อาจเกิดขึ้นตั้งแต่รอบบัญชีเดือนมีนาคมปีนี้จนถึงมีนาคมปีหน้าไว้สูงสุดราว 2.5 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 5.14 แสนล้านบาท โดยระบุว่าความเสียหายจากการตัดสินใจครั้งนี้ได้ ‘ถูกรวมอยู่ในการคำนวณ’ ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้ผลิตจากจีนเริ่มเป็นฝ่ายนำหน้าทั้งในด้านสมรรถนะและราคา การยกเลิกโครงการในครั้งนี้อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ช่องว่างในการแข่งขันบนสมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้า ทวีความรุนแรงและห่างชั้นจากคู่แข่งมากยิ่งขึ้น