สายการบิน Japan Airlines (JAL) เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 กันยายนว่า กัปตันวัย 64 ปี ซึ่งมีกำหนดจะปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินจากโฮโนลูลู รัฐฮาวาย ไปยังสนามบินนานาชาติชูบุ ได้ดื่มสุราในวันก่อนหน้าการบิน ส่งผลให้เที่ยวบินรวม 3 เที่ยวต้องล่าช้าสูงสุดถึง 18 ชั่วโมงครึ่ง และมีผู้โดยสารราว 630 คนได้รับผลกระทบ
ข้อมูลระบุว่า ในวันที่ 28 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) กัปตันคนดังกล่าว ได้เข้ารับการตรวจวัดแอลกอฮอล์ก่อนขึ้นบินโดยสมัครใจ และพบว่ามีแอลกอฮอล์ในร่างกาย เขาจึงยอมรับว่าได้ดื่มเบียร์แอลกอฮอล์ 9.5% ขนาด 500 มิลลิลิตร จำนวน 3 กระป๋องภายในโรงแรมตั้งแต่วันก่อนหน้า ทำให้ถูกถอดออกจากการปฏิบัติหน้าที่ และทำให้เที่ยวบินจากโฮโนลูลูต้องดีเลย์ต่อเนื่องถึง 3 เที่ยว
กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ JAL เผชิญปัญหานักบินดื่มสุราก่อนบิน ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น (MLIT) เคยออกคำแนะนำเชิงปกครอง หลังเกิดเหตุซ้ำหลายครั้ง จน JAL ต้องกำหนดกฎภายใน ‘ห้ามนักบินดื่มสุราในช่วงพักค้างคืนที่ปลายทาง’ เป็นหนึ่งในมาตรการป้องกัน

อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กันยายนเปิดเผยเพิ่มเติมว่า กัปตันคนนี้ได้มีการแก้ไขวันที่ในผลตรวจแอลกอฮอล์หลายครั้ง และยอมรับว่าก่อนหน้านี้ก็เคยดื่มสุราก่อนปฏิบัติหน้าที่มาแล้วราว 10 ครั้ง
ขณะที่ฝั่ง JAL ออกแถลงการณ์ว่า “ในขณะที่บริษัทกำลังดำเนินการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ แต่กลับปล่อยให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ถือเป็นเรื่องที่บริษัทมองว่าเป็นความผิดพลาดร้ายแรง” พร้อมระบุว่าจะเร่งออกมาตรการใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก