ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าหน่วยงานท้องถิ่นในญี่ปุ่นได้รณรงค์ให้ประชาชน ‘หยุดยืนบนบันไดเลื่อน’ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุต่าง ๆ เช่น การสะดุดล้ม หรือการเดินชนกันขณะใช้งาน เนื่องจากที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีธรรมเนียมในการใช้บันไดเลื่อน โดยการยืนชิดด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่เร่งรีบสามารถเดินขึ้นได้
เมื่อ 4 ปีก่อน จังหวัดไซตามะได้ออกเทศบัญญัติเป็นแห่งแรกในญี่ปุ่น โดยกำหนดให้ผู้ใช้บันไดเลื่อนต้องหยุดยืนอยู่กับที่ แม้ว่าในปัจจุบันสถานีรถไฟและห้างสรรพสินค้าหลายแห่งจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ภาพของผู้ที่ยืนชิดด้านหนึ่ง และผู้ที่ยังคงเดินขึ้นลงบันไดเลื่อน ก็ยังคงพบเห็นได้ทั่วไป

ขณะเดียวกัน เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ ซึ่งออกเทศบัญญัติเกี่ยวกับการใช้บันไดเลื่อนตามหลังจังหวัดไซตามะมาติด ๆ ก็ได้จัดแคมเปญรณรงค์ที่สะดุดตา โดยจ้างพนักงานพาร์ตไทม์ ในชื่อ ‘Nagoyaka Tachidomari Tai’ (なごやか立ち止まり隊) หรือ ‘ทีมหยุดยืนอย่างสงบแห่งนาโกย่า’ มายืนฝั่งขวาของบันไดเลื่อนทำให้ไม่สามารถเดินผ่านได้ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนพฤติกรรมไปเป็น ‘หยุดยืนอยู่กับที่’
โดยเมื่อปีที่แล้ว เมืองนาโกย่าได้จ้างพนักงานพาร์ตไทม์ ‘ทีมหยุดยืนอย่างสงบแห่งนาโกย่า’ ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าที่ 1 คน และสมาชิก 2 คน ให้ยืนประจำอยู่ฝั่งขวาของบันไดเลื่อนในสถานีรถไฟ 19 แห่งทั่วเมือง วันละ 6 ชั่วโมง เดือนละประมาณ 4–5 วัน รวมทั้งหมด 50 วันตลอดทั้งปี โดยหัวหน้าทีมจะได้รับค่าจ้างรายวัน 16,000 เยน หรือประมาณ 3,644 บาท ส่วนสมาชิกในทีมจะได้รับค่าจ้างคนละ 6,500 เยน หรือราว 1,480 บาทเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค เทศบาลเมืองนาโกย่า กล่าวว่า “ก่อนที่จะมีการออกเทศบัญญัติ มีคนเดินบนบันไดเลื่อนอยู่เกือบ 80% แต่ตอนนี้ มากกว่า 90% หยุดยืนอยู่กับที่แล้ว ซึ่งคิดว่าจำนวนคนที่หยุดยืนเพิ่มขึ้นมากเลยทีเดียว”
สรุปเนื้อหาจาก : tv-asahi