ในคดีหญิงสาวถูกฆาตกรรมภายในแมนชั่นที่เมืองโกเบ ล่าสุดตำรวจไม่พบความเชื่อมโยงหรือความสัมพันธ์ใด ๆ ระหว่างทั้งคู่ โดยชายผู้ต้องหา นายทานิโมโตะ มาซาชิ อายุ 35 ปี พนักงานบริษัทในกรุงโตเกียว ให้การเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตว่า “เป็นคนที่ไม่รู้จักเลย” พร้อมทั้งปฏิเสธว่าไม่มีเจตนาฆ่า
จากข้อมูลของผู้เกี่ยวข้องกับการสืบสวน ระบุว่า กล้องวงจรปิดใกล้ที่ทำงานของผู้เสียชีวิต สามารถบันทึกภาพชายที่เชื่อว่าเป็นผู้ต้องหาทานิโมโตะ เดินวนเวียนอยู่ในวันก่อนเกิดเหตุในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่เธอเลิกงาน และในวันเกิดเหตุ (20 ส.ค.) เขาก็ได้สะกดรอยตามเธอต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 50 นาที ตั้งแต่ออกจากที่ทำงาน เดินทางต่อรถไฟหลายขบวน กระทั่งถึงแมนชั่นที่พัก
กล้องวงจรปิดของแมนชั่นยังบันทึกภาพช่วงเวลา 19:21 น. วันที่ 20 ส.ค. ที่น.ส.คาตายามะ เมกุมิ อายุ 24 ปี เดินผ่านประตูอัตโนมัติระบบออโต้ล็อกเข้าไป และมีชายที่เชื่อว่าเป็นผู้ต้องหาทานิโมโตะ อาศัยจังหวะที่ประตูยังไม่ปิดสนิท แอบสอดร่างตามเข้าไปทันที จากนั้นในลิฟต์มีผู้อยู่อาศัยเห็นเหตุการณ์ขณะผู้ต้องหาล็อกแขนผู้เสียชีวิต ก่อนใช้มีดแทงหลายครั้งบริเวณหน้าอกจนเธอเสียชีวิต


การสืบสวนยังเผยว่า นายทานิโมโตะมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการสะกดรอยซ้ำซาก เมื่อ 3 ปีก่อน โดยถูกตัดสินโทษฐานทำร้ายร่างกายและละเมิดกฎหมายควบคุมการสะกดรอย หลังจากดักรอหญิงสาววัย 20 กว่าปีในแมนชั่นระบบออโต้ล็อกที่เมืองโกเบ (ซึ่งเชื่อว่าเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน) แล้วลงมือบีบคอ ศาลพิพากษามีความผิดแต่ให้รอลงอาญา นอกจากนี้ เมื่อ 5 ปีก่อน เขายังเคยถูกศาลสั่งปรับในคดีสะกดรอยหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ไม่รู้จัก โดยมีพฤติกรรมเดินวนเวียนรอบแมนชั่นและตามรังควาน ซึ่งสะท้อนว่าเขาอาจใช้ ‘วิธีการซ้ำ ๆ’ มาตั้งแต่ในอดีต
ล่าสุด (27 ส.ค.) ตำรวจได้เข้าตรวจค้นห้องพักในหอของบริษัทที่ผู้ต้องหาอาศัยอยู่ พบเสื้อผ้าจำนวนมากแขวนอยู่ ริมหน้าต่างมีสุราและเครื่องปรุงอาหารวางเรียงไว้ บนเตียงมีไดร์เป่าผม และที่หัวเตียงยังพบแผ่นป้ายวิญญาณสำหรับบูชาผู้ล่วงลับอยู่ 2 แผ่นด้วย
ตำรวจเตรียมนำหลักฐานและของกลางที่ยึดได้มาตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมสอบสวนต่อไปถึงแรงจูงใจ ว่าทำไมผู้ต้องหารายนี้จึงมีพฤติกรรมหมกมุ่นติดตามหญิงสาวอย่างต่อเนื่อง