บริษัท มูราคามิ ฟาร์ม จำกัด (Murakami Farm Co., Ltd.) ประกาศ ณ วันที่ 30 มีนาคมว่า ต้นอ่อนบรอคโคลี “บรอกโคลี ซูเปอร์ สเปราท์” (Broccoli Super Sprouts) ของบริษัทฯ ซึ่งผลิตโดยบริษัทไต้หวันอย่าง “กรีนไวน์ส” (Greenvines) ภายใต้ข้อตกลงอนุญาตให้ใช้สิทธินั้น กวาดยอดขายได้เพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวในปีงบประมาณ 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งนับเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจลิขสิทธิ์ในต่างประเทศครั้งแรกของทางบริษัทฯ กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
มูราคามิ ฟาร์ม ครองส่วนแบ่งตลาดพืชตระกูลต้นอ่อนมากเป็นอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น โดยได้ลงนามข้อตกลงอนุญาตให้ใช้สิทธิในการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต้นอ่อนกับบริษัทกรีนไวน์สในไต้หวันเมื่อปี 2564 และได้เริ่มดำเนินการจัดส่งอย่างเป็นทางการในปี 2565

กระแสรักสุขภาพในกลุ่มคนไต้หวันสู่แนวคิดพัฒนาผลิตภัณฑ์
มูราคามิ ฟาร์ม ได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ต้นอ่อนที่สั่งสมมายาวนานหลายปี ทั้งในด้านการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การบริหารจัดการการผลิต/คุณภาพ รวมถึงการตลาด มาทำเป็นระบบมาตรฐานเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีล่าสุดให้แก่บริษัทกรีนไวน์ส โดยปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจต้นอ่อนในไต้หวัน คือกระแสการตื่นตัวเรื่องสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าของผู้บริโภคในท้องถิ่นเกี่ยวกับแบรนด์ญี่ปุ่น

เหตุผลที่ทำให้เกิดกระแสตื่นตัวเช่นนั้นมาจากอะไร? เหตุผลเบื้องหลังนั้นก็ต้องอธิบายไปถึงสภาพสังคมไต้หวันในปัจจุบันก็คือ การใช้ชีวิตแบบ “รับประทานอาหารนอกบ้าน” นั้นกำลังเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามการขยายตัวของครอบครัวคนทำงานที่มีรายได้สองทาง ส่งผลให้ปัญหาการบริโภคผักสดไม่เพียงพอ และกลายเป็นประเด็นที่น่ากังวล ไม่ใช่แค่นั้น ไต้หวันกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเช่นเดียวกับญี่ปุ่น จนเป็นเหตุให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ บรอกโคลี ซูเปอร์ สเปราท์ ซึ่งมีสารที่มีประโยชน์อย่าง “ซัลโฟราเฟน” (Sulforaphane) เข้มข้น จึงได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้รักสุขภาพ นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยรวมถึงการบริหารจัดการการผลิต/คุณภาพของผลิตภัณฑ์ภายใต้ลิขสิทธิ์แบรนด์ญี่ปุ่น ยังเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ความต้องการในตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพมาตรฐานเดียวกับที่จำหน่ายในญี่ปุ่น ปริมาณสารซัลโฟราเฟนในผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในไต้หวันยังถูกส่งมาตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการซัลโฟราเฟนของมูราคามิ ฟาร์ม อย่างสม่ำเสมอ เพื่อวัดระดับสารสำคัญให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด แนวทางดังกล่าวเปิดโอกาสให้บริษัทฯ วางรากฐานระบบการผลิตและการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการตรวจสอบปริมาณสารซัลโฟราเฟนอย่างเป็นระบบได้
มูราคามิ ฟาร์ม กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นอ่อนที่คุ้มค่าและไม่เหมือนใคร
โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในความคิดริเริ่มภายใต้ธุรกิจลิขสิทธิ์ในต่างประเทศของมูราคามิ ฟาร์ม เพื่อส่งเสริมความรู้และความเชี่ยวชาญด้านพืชตระกูลต้นอ่อนที่พัฒนาขึ้นในญี่ปุ่น ปัจจุบันตลาดโลกกำลังให้ความสนใจอย่างมากกับผลิตภัณฑ์ต้นอ่อนที่เน้นคุณสมบัติเด่นด้านสารอาหาร โดยบริษัทฯ มีนโยบายในอนาคตที่จะเสริมสร้างรากฐานธุรกิจในภูมิภาคไต้หวันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจลิขสิทธิ์ไปยังต่างประเทศโดยเน้นภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก ทั้งนี้ การนำเสนอเทคนิคโรงงานพืชอันทันสมัย ซึ่งสามารถผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพมาตรฐานสม่ำเสมอตลอดทั้งปีโดยไม่ขึ้นกับความผันผวนของสภาพอากาศหรือปัจจัยแวดล้อมนั้น นอกจากจะช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้แก่ผู้บริโภคในท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทฯ ท่ามกลางการขยายตัวของตลาดโลกด้วย


สุดท้ายนี้ คิโยทากะ มูราคามิ (Kiyotaka Murakami) ประธานบริษัทฯ และแจ็ค ซู (Jack Hsu) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของกรีนไวน์ส ได้กล่าวส่งท้ายไว้ว่า
"ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ต้นอ่อนบรอกโคลีได้รับความสนใจในฐานะวัตถุดิบที่มี supersulfides ในระดับสูงที่สุด ซึ่งเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับการควบคุมความชรา และปริมาณซูเปอร์ซัลไฟด์นั้นมีความสัมพันธ์อย่างมากกับปริมาณซัลโฟราเฟนที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ ดังนั้นยอดขายสินค้าของเราจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เราได้เริ่มการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยโทโฮคุ และกำลังเร่งการศึกษาศักยภาพของซูเปอร์ซัลไฟด์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ภายใต้บริบทของสังคมผู้สูงอายุและการตระหนักด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ความสำคัญของต้นอ่อนพืชในญี่ปุ่นจึงเพิ่มขึ้นทุกปี สำหรับอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เราเชื่อว่าแนวโน้มกำลังเปลี่ยนจากยุคของอาหารหมัก เช่น โยเกิร์ตและนัตโตะ ไปสู่ “ยุคของต้นอ่อนพืชและอาหารหมัก” และเรามุ่งมั่นที่จะขยายแนวโน้มนี้ไปทั่วโลก ไม่ใช่เพียงแค่ภายในประเทศเท่านั้น" - คิโยทากะ มูราคามิ
"Broccoli Super Sprouts ของ Greenvines เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเปลี่ยนจากวัตถุดิบที่ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นอาหารทั่วไป ให้กลายเป็น “อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง” ซึ่งผู้บริโภคเลือกบริโภคอย่างตั้งใจ ความก้าวหน้านี้มีปัจจัยหลักอยู่สามประการ ได้แก่ - ประการแรก จากความร่วมมือทางเทคนิคที่แข็งแกร่งกับ Murakami Farm ทำให้เราสามารถคงระดับซัลโฟราเฟน (sulforaphane) ที่มีความเข้มข้นสูงในผลิตภัณฑ์ได้อย่างสม่ำเสมอ -ประการที่สอง การขยายตัวของงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับซัลโฟราเฟนและซูเปอร์ซัลไฟด์ รวมถึงคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์และนักโภชนาการ ได้กระตุ้นความสนใจของผู้คนต่อความต้องการด้านสุขภาพและเวชศาสตร์ป้องกันหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประการที่สาม ด้วยความร่วมมือกับผู้จัดจำหน่ายและพันธมิตรค้าปลีกที่มีแนวคิดด้านสุขภาพเช่นเดียวกับเรา ทำให้เราสามารถเพิ่มจุดเชื่อมต่อกับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น เราจะยังคงเดินหน้าร่วมกับ Murakami Farm ต่อไป และหวังว่าจะพัฒนา Broccoli Super Sprouts ให้กลายเป็นอาหารที่จำเป็นสำหรับชาวไต้หวัน โดยมีการเพาะปลูกอย่างยั่งยืนและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาในครั้งนี้" - แจ็ค ซู
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: murakamifarm.com
ที่มา: บริษัท มูราคามิ ฟาร์ม จำกัด