สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูล หลังจากเริ่มนำระบบ ‘ใบสั่งสีฟ้า‘ มาใช้บังคับกับผู้ขับขี่จักรยานที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ตลอดช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่า มีการออกใบสั่งทั่วประเทศไปแล้วทั้งสิ้น 2,147 ราย (ตัวเลขเบื้องต้น)
เมื่อแยกตามจังหวัดพบว่า สำนักงานตำรวจนครบาลโตเกียวมีการออกใบสั่งมากที่สุดที่ 501 ราย รองลงมาคือจังหวัดโอซาก้า 267 ราย และจังหวัดไอจิ 257 ราย
โดยประเภทความผิดที่พบมากที่สุดคือ การฝ่าฝืนป้ายหยุดรถชั่วคราว จำนวน 846 ราย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 40 ของทั้งหมด ตามมาด้วยการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ จำนวน 713 ราย และการฝ่าไฟแดงจำนวน 298 ราย

สำหรับระบบ ‘ใบสั่งสีฟ้า’ นี้ จะออกให้แก่ผู้กระทำความผิดกฎจราจรในกลุ่มพฤติกรรมการขับขี่ที่อันตรายและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น การเล่นโทรศัพท์ขณะขับขี่ โดยปกติหากเป็นการกระทำความผิดทั่วไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้วิธีตักเตือนด้วยการมอบ ‘ใบเตือนและแนะนำ’ แต่หากพบว่าเป็นพฤติกรรมที่ร้ายแรงและเป็นอันตราย ก็จะถูกออก ‘ใบสั่งสีฟ้า’ ทันที ซึ่งหากผู้กระทำความผิดไปชำระค่าปรับตามที่กำหนด กระบวนการทั้งหมดจะสิ้นสุดลงโดยไม่ต้องเข้าสู่ขั้นตอนทางอาญา และไม่มีประวัติอาชญากรรมติดตัว
อย่างไรก็ตาม เพียงแค่ 1 เดือนหลังเริ่มใช้ระบบใหม่นี้ กลับพบว่ามีคดีพยายามฉ้อโกงโดยแอบอ้างระบบใบสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วในญี่ปุ่น ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนประชาชนว่า “เจ้าหน้าที่จะไม่มีการเรียกเก็บค่าปรับ ณ จุดเกิดเหตุโดยเด็ดขาด หากพบบุคคลที่อ้างตัวเป็นตำรวจมาเรียกร้องเงินสด ขอให้โทรแจ้งเหตุที่สายด่วน 110 ทันที”